Search
วันพฤหัส 29 ตุลาคม 2020
  • :
  • :

รีวิวสยาม :: พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ช้างต้น

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ช้างต้น ตั้งอยู่บริเวณข้างรัฐสภา ถนนอู่ทองใน เขตดุสิต

ภายในรั้วเดียวกันกับพระที่นั่งวิมานเมฆ เดิมเป็นโรงช้าง สำหรับช้างต้นหรือช้างเผือก

ที่ขึ้นระวางเป็นช้างหลวงของพระมหากษัตริย์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 และอีกหลังหนึ่ง

สร้างในสมัยรัชกาลที่ 7 ภายในเก็บรักษาโบราณวัตถุเกี่ยวกับช้างต้น อาทิ งาของช้างต้น

ในรัชกาลต่าง ๆ หนังช้างเผือกดอง เครื่องราง มีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความเชื่อ

พระราชพิธีสมโภชช้างต้น รายนามของช้างต้นในรัชกาลปัจจุบัน และช้างต้นจำลองขนาดเท่าช้างจริง

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 9.00 – 16.00 น. ค่าเข้าชมทั้งชาวไทยและต่างประเทศ คนละ 5 บาท

โทร. 0 2282 3336 หรือดูเว็บไซต์ www.thailandmuseum.com

01

ช้างต้น หมายถึง ช้างที่ได้รับการขึ้นระวางเป็นช้างหลวงส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์

ในสมัยโบราณได้แบ่งช้างต้นออกเป็น ๓ ประเภท ดังนี้
๑.ช้างศึกที่ทรงออกรบ
๒.ช้างสำคัญซึ่งมีลักษณะเป็นช้างมงคลตามตำราคชลักษณ์ แต่ไม่สมบูรณ์หมดทุกส่วน
๓.ช้างเผือกซึ่งมีลักษณะถูกต้องตามตำราคชลักษณ์อย่างสมบูรณ์

— ที่ พิพิธภัณฑ์ช้างต้น พระราชวังดุสิต

 

02

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ การศึกที่ต้องใช้กองทัพช้างในการสงครามหมดความสำคัญลง

ช้างศึกที่ควรขึ้นระวางเป็นช้างต้นก็ไม่มีความจำเป็นจึงคงเหลือเพียงช้างต้น

ที่หมายถึงช้างสำคัญและช้างเผือก ซึ่งหากพบก็จะมีการประกอบพระราชพิธีรับสมโภชและขึ้นระวาง

เป็นพระยาช้างต้น ด้วยถือตามพระราชประเพณีที่ว่า ช้างเผือกนั้นเป็นหนึ่งในรัตนะ ๗ สิ่ง

ซึ่งคู่บารมีขององค์พระมหากษัตริย์ โดยรัตนะทั้ง ๗ นี้มีชื่อเรียกว่า สัปตรัตนะ

อันได้แก่ จักรรัตนะ(จักรแก้ว) หัตถีรัตนะ(ช้างแก้ว) อัศวรัตนะ(ม้าแก้ว) มณีรัตนะ(มณีแก้ว)

อัตถีรัตนะ(นางแก้ว) คหปติรัตนะ(ขุนคลังแก้ว) ปริณายกรัตนะ(ขุนพลแก้ว) 

 

03

ตามคติความเชื่อทั้งในศาสนาพราหมณ์ และพุทธศาสนาถือว่าช้างเผือกเป็นสัตว์ที่สูงด้วยมงคลทั้งปวง

เป็นสัญลักษณ์ทั้งธัญญาหาร ภักษาหาร ผลาหาร และพระบารมีเกริกไกรอันยิ่งใหญ่แก่แผ่นดิน

และจะเกิดขึ้นด้วยบุญญาบารมีแห่งองค์พระจักรพรรดิ แห่งแคว้นประเทศนั้น ด้วยเหตุดังกล่าว

เมื่อได้พบช้างเผือกเวลาใด ประชาราษฎร์ก็จะแซ่ซ้องสาธุการน้อมเกล้าฯ ถวายด้วยเป็นรัตนะแห่งพระองค์

 

04

05

06

07

ช้างสำคัญในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงโปรดฯให้ประกอบพระราชพิธี

สมโภชขึ้นระวางเป็นช้างต้น ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๐๒ – ๒๕๒๑ มีทั้งสิ้น ๑๒ เชือก

.
๑.พระเศวตรอดลุยเดชพาหน ภูมิพลนาคบารมีฯ สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต

เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๐๒

๒.พระเศวตรรัตนกวี สมโภชขึ้นระวางที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๐๙

๓.พระเศวตรสุรคชาธาร สมโภชขึ้นระวางที่จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๑๑

๔.ช้างพลายแก้ว ยังมิทันได้ขึ้นระวางก็ล้มเสียก่อน ปีพุทธศักราช ๒๕๑๙

๕.พระศรีเศวตรศุภลักษณ์ สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต

เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๘

๖.ช้างพลายก้อง ล้มก่อนน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย

๗.พระเศวตรสุทธวิลาศ สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต

เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๒๕

๘.พระวิมลรัตนกิริณี สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต

เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๒๐

๙.พระศรีนรารัฐราชกิริณี สมโภชขึ้นระวางที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๐

๑๐. พระเศวตรภาสุรคเชนทร์ สมโภชขึ้นระวางที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑

๑๑.พระเทพวัชรกิริณี สมโภชขึ้นระวางที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑

๑๒.พระบรมนขทิศ สมโภชขึ้นระวางที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑

 

08

เจ้าพระยาปราบไตรจักร  งาช้าง ขนาด สูง ๒๙๙ ซม. และ สูง ๒๓๘ ซม. หนา ๔๔.๕ ซม.

และ หนา ๔๕.๕ ซม อายุสมัย รัตนโกสินทร์ ช้างพลายหอมจันได้มาจากเมืองด่านซ้าย

ได้รับการขึ้นระวางประกอบพระราชพิธีสมโภช และพระราชทานนามว่า เจ้าพระยาปราบไตรจักร

พลายหอมจันมีรูปร่างงามมีงายาวไขว้จนถึงดิน ในขณะที่เข้าขบวนใดก็ตาม จะต้องทำพื้นยกเตรียมไว้

เวลาเดินต้องแหงนคอขึ้นเพื่อไม่ให้งาครูดกับพื้น เมื่อหยุดเดิน ก็ยืนบนแท่นที่เตรียมไว้

เอางาพักบนพื้นดิน งาช้างพระยาปราบไตรจักร เคยจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

และได้นำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติช้างต้นวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๓๕

 

09

ในห้องจัดแสดงนี้ก็ยังมีโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับช้างมาจัดแสดงประกอบ

 

10

นอกจากความรู้เชิงประวัติศาสตร์เรื่องช้างคู่พระบารมี ก็ยังมีโบราณวัตถุอื่นๆแสดงอีกด้วย

เช่น งาของพระยาช้างต้นในรัชกาลต่างๆ แส้หางช้าง และพิสมร หรือ เครื่องรางสำหรับช้าง

ยันต์พระอรหันต์ 8 ทิศที่เอาไว้แขวนในโรงพิธีรับและสมโภชขึ้นระวางช้างสำคัญ

 

11

12

13

14

15

16

17

18

งาพระยาช้างต้น
งา พระเทพกุญชร รัชกาลที่ ๑
งา พระเศวตกุญชร รัชกาลที่ ๒
งา พระบรมฉัททันต์ รัชกาลที่ ๓

 

19

20

21

หนังช้างเผือกดอง เข้าใจว่าเป็นหนังช้างเผือกเอก ซึ่งพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ามหามาลา

กรมขุนบำราบปรปักษ์ทรงคล้องได้ ที่บ้านนา แขวงนครนายก พ.ศ.๒๔๐๗ แต่ล้มเสียก่อน

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสียดายมากโปรดเกล้าให้เอาหนังดองไว้ ฯ

 

22

23

หนังช้างเผือกดองในรัชกาลที่ 4 ซึ่งยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุด

 

24

25

26

มีความรู้เรื่องการคล้องช้างหรือวิธีจับช้างแบบต่างๆ ทั้งการแทรกโพนช้าง การวังช้าง

และการคล้องช้างในเพนียด มีภาพของพ่อหมอเฒ่าเชื้อสายส่วย จังหวัดสุรินทร์

ที่เชี่ยวชาญในเรื่องการคล้องช้าง รวมทั้งจัดแสดงเครื่องรางของขลังที่พ่อหมอเฒ่า

และควาญช้างนำติดตัวไประหว่างคล้องช้างด้วย

 

27

แส้หางช้างพลายศรีประหลาด เมืองเชียงใหม่

 

28

29

30

พ่อหมอเฒ่า (ปฏิยะ) ทำด้วยสำริด ศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น เข้าใจว่าเดิมเป็นรูปเคารพยู่ในกรมพระคชบาล

ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น กว้าง ๓๕ ซม. สูง ๔๔ ซม. สมัยรัตนโกสินทร์

ทำจากสำริด กรมช้างต้นกระทรวงวัง ส่งให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติช้างต้นวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๔๗๒

 

31

32

33

34

Facebook Comments



ใส่ความเห็น

Shares