Search
วันศุกร์ 30 ตุลาคม 2020
  • :
  • :

เที่ยวสายบุญ:วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร

วัดสุทัศน์เทพวราราม เป็นวัดที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นับได้ว่าเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2

ของกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือรัชกาลที่ 2

ผู้ทรงพระปรีชาสามารถในด้านศิลปะ และสถาปัตยกรรม ได้ทรงเป็นผู้จำหลักบานประตูพระวิหาร

ด้วยพระองค์เอง จุดที่นักท่องเที่ยวหรือพุทธศาสนิกชนจะมาเป็นประจำคือ มาสักการะ

องค์พระประธาน นั่นคือ พระศรีศากยมุนี ซึ่งนับเป็นพระพุทธรูปหล่อที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ในยุคก่อน ๒๕ พุทธศตวรรษ (สร้างสมัยราชวงศ์พระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย) สิ่งที่เป็นจุดสนใจอีกอย่าง

ก็คือ บรรดารูปปั้นจีนที่มีอยู่รอบบริเวณวัด ซึ่งสามารถบอกเล่าอ้างอิงได้ถึงเรื่องราวเก่าก่อน

ของเมืองสยามว่า มีความผูกพันแน่นเฟ้นกับชาวจีนมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

เคล็ดลับขอพร : มาที่วัดสุทัศน์เทพวราราม เทพวรารามทั้งที นอกจากจะร่วมสวดมนต์

กับพุทธศาสนิกชนท่านอื่นแล้ว หลายคนมักจะมาขอพรเพื่อให้

” มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป เกิดสติ และปัญญา รู้จริง เห็นแจ้ง”

การเดินทาง ๑๔๖ ริมถนนตีทอง ๑ ถนนบำรุงเมือง หน้าวัดออกทางถนนอุณากรรณ

แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 35, 42 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 3, 32, 33, 64, 65

สถานที่ใกล้เคียง : เสาชิงช้า โบสถ์พราหมณ์

01

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมีพระราชประสงค

จะสร้างพระวิหารให้มีขนาดใหญ่เท่ากับพระวิหารวัดพนัญเชิง เป็นศรีสง่าแก่พระนคร

ได้พระราชทานนามไว้ว่า “วัดมหาสุทธาวาส” แต่สร้างยังมิทันสำเร็จ

ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ได้ทรงดำเนินงานต่อ และพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดสุทัศน์เทพวราราม”

 

02

ที่วัดสุทัศน์ไม่มีเจดีย์เหมือนวัดอื่น ๆ เพราะมีสัตตมหาสถานเป็นอุเทสิกเจดีย์

(คือต้นไม้สำคัญในพุทธศาสนา 7 ชนิด) แทนที่อยู่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ 

พระศรีศากยมุนี (หลวงพ่อโต) พระประธานของวัดที่ได้ชะลอมาจากวิหารหลวง

วัดมหาธาตุ  เมืองสุโขทัย และบานประตูพระวิหาร

 

03

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผูกนาม

พระประธานในพระวิหาร  พระอุโบสถ และศาลาการเปรียญ ให้คล้องกันว่า

“พระศรีศากยมุนี”   “พระพุทธตรีโลกเชษฐ์”  และ  “พระพุทธเสรฏฐมุนี”

 

04

บานประตูพระวิหาร ซึ่งเป็นศิลปกรรมชั้นเยี่ยมทางด้านการแกะสลักในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

โดยเฉพาะคู่ที่เป็นฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้นำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

 

05

06

07

08

09

10

11

12

13

14

15

รอบๆ พระอุโบสถ มีซุ้มเสมา 8 ซุ้ม ตั้งอยู่บนกำแพงแก้ว เป็นใบเสมาคู่ซึ่งทำจากหินอ่อนสีเทา

สลักเป็นภาพช้าง 3 เศียร งวงชูดอกบัวตูมเศียรละ 1 ดอก เบื้องบนมีดอกบัวบาน 3 ดอก

บนกำแพงแก้วด้านทิศเหนือและทิศใต้ มีเกยอยู่ด้านละ 4 เกย

ซึ่งใช้เป็นที่สำหรับประทับโปรยทานแก่ประชาชนในงานพระราชพิธี เรียกว่า “เกยโปรย”ทาน

 

16

พระประธานภายในพระอุโบสถ คือ พระพุทธตรีโลกเชษฐ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย

ทั้งพระอุโบสถและพระประธานนี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3

ผนังด้านในของพระอุโบสถมีภาพจิตกรรมฝาผนังฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 3

ซุ้มประตูและหน้าต่างเป็นซุ้มยอดเจดีย์ มีลักษณะแปลกตาและงดงามมาก

 

17

พระพุทธตรีโลกเชษฐ์ เป็นพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ ปางมารวิชัย วัสดุโลหะ

หน้าตักกว้าง 3 วา 17 นิ้ว สูง 4 วา 18 นิ้ว ปัจจุบัน ประดิษฐานเป็นพระประธาน

ในพระอุโบสถ วัดสุทัศนเทพวราราม พระอุโบสถเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2377

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ พระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา

ต่อมาคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค) เป็นแม่กองงาน

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษ์เทเวศร์เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างเป็นพระอุโบสถ

ที่มี ความยาวที่สุดในประเทศไทย ผนังภายในเขียนภาพจิตรกรรมฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 3

 

18

19

 

20

21

22

23

24

บริเวณระเบียงคดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง 156 องค์

บริเวณมุมพระวิหารคดทั้ง 4 มุม ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย

ซึ่งจะต่างจากพระพุทธรูปที่ประดิษฐานเรียงรายอยู่ทั้ง 4 ด้าน

ที่เป็นปางสมาธิราบทั้งหมด ท่านสามารถมานั่งสมาธิ บริเวณนี้ได้ค่ะ

 

25

26

27

28

พระศรีศากยมุนี นับเป็นพระพุทธรูปหล่อที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในยุคก่อน ๒๕ พุทธศตวรรษ

เดิมเป็นพระประธานอยู่ในพระวิหารหลวง วัดมหาธาตุ สุโขทัย สร้างสมัยราชวงศ์พระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย

 

29

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ให้อัญเชิญมายังกรุงเทพ ฯ

ได้ทรงมีพระราชดำริจะสร้างพระอาราม ที่มีพระวิหารใหญ่อย่างวัดพนัญเชิงที่อยุธยา

โดยประดิษฐานไว้กลางพระนคร เมื่อชลอพระศรีศากยมุนีมาถึงกรุงเทพ ฯ แล้ว

ให้ประทับท่าสมโภช ๗ วัน แล้วจึงทรงชักเลื่อนองค์พระทางสถลมารค

และพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินตามขบวนแห่พระในรัชสมัยของพระองค์ ทำได้เพียง

อัญเชิญองค์พระขึ้นตั้งไว้ ตัววิหารลงมือสร้างในรัชกาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลั

 

30

ด้านหลังบัลลังก์พระพุทธรูปมีแผ่นศิลาสลัก เป็นศิลปะแบบทวารวดี

เป็นรูปสลักปิดทอง ปางยมกปาฏิหารย์และปางประทานเทศนาในสวรรค์

เป็นของเก่าและหาดูได้ยาก เข้าใจว่าจะมีอยู่เพียงชิ้นเดียวในโลก

 

31

32

33

34

35

36

วัดสุทัศนเทพวรารามถือกันว่าเป็นพระอารามประจำรัชกาลที่ 8 เพราะทรงมีความเกี่ยวข้องกับวัด

คือ เมื่อคราวเสด็จนิวัติพระนครครั้งแรก ได้เสด็จมาที่วัดนี้และทรงพระราชปรารภว่า

สถานที่วัดสุทัศน์ฯ ร่มเย็นน่าอยู่ และเมื่อทรงประกอบพิธีแสดงพระองค์เป็นพุทธมามกะ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สกลมหาสังฆปรินายก (แพ ติสสเทโว) ทรงเป็นพุทธมามกจารย์

และถวายโอวาท เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเสด็จสวรรคตแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร

พระบรมเชษฐาธิราชเจ้าไว้ ณ ผ้าทิพย์ เบื้องหน้าฐานชุกชีพระศรีศากยมุนี

(พระประธานในพระวิหารหลวง) และในวันที่ 9 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต

จะจัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล ณ วัดสุทัศน์ นี้เป็นประจำทุกปี

 

37

Facebook Comments



ใส่ความเห็น

Shares