Search
วันจันทร์ 19 พฤศจิกายน 2018
  • :
  • :

เชิญชวนนักท่องเที่ยวแต่งกายด้วยชุดไทย เที่ยวงานสมโภชพระอาราม 230 ปี วัดโพธิ์

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ร่วมกับ มูลนิธิทุนพระพุทธยอดฟ้าในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิสิริวัฒนภักดี จัดงานสมโภชพระอาราม 230 ปี วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (The Grand Festival Commemorating The 230th Anniversary of Wat Phra Chetuphon)
โดยกำหนดการจัดงานในระหว่างวันที่ 1-11 พฤศจิกายน 2561 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.

 

 

 

ตื่นตาและเพลิดเพลินใจไปกับมหรสพและการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม ท่ามกลางบรรยากาศแบบงานวัดร่วมสมัย  พร้อมกับเชิญชวนนักท่องเที่ยวแต่งกายด้วยชุดไทยสวยงามตามแนวคิด “ย้อนยุคกรุงรัตนโกสินทร์” เพื่อร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน งานสมโภชพระอาราม 230 ปี วันที่ 1-11 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร

 

ขอเชิญชวนมาเที่ยวงานด้วยการแต่งกาย “ย้อนยุคกรุงรัตนโกสินทร์”

 

ตื่นตา และเพลิดเพลินใจไปกับมหรสพ และการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมมากมาย ท่ามกลางบรรยากาศวัดร่วมสมัย

– สักการะพระพุทธเทวปฏิมากร เพื่อความเป็นสิริมงคล – สักการพระพุทธไสยาส (พระนอน)

– ชมความงามของพระมหาเจดีย์ สี่รัชกาล – เที่ยวชม “จารึกวัดโพธิ์” มรดกความทรงจำแห่งโลก จาก UNESCO

– ฟังการเสวนาสรรพศาสตร์สรรพศิลป์ในวัดโพธิ์ – ช๊อป ชม ชิม เต็มอิ่ม ท่ามกลางศูนย์รวมความอร่อยของอาหารชาววัง

– ชมการแสดงชั้นสูงชาววัง อาทิ โขน ลิเกโบราณ และเชิดหนังใหญ่ที่หาดูได้ยาก

• สักการะพระพุทธเทวปฏิมากร

• สักการะพระพุทธไสยาส (พระนอนที่สวยงามที่สุด)

• ห่มผ้าพระพุทธรูปรอบพระอุโบสถ

• ร่วมตักบาตรสตางค์ และไหว้พระพุทธรูปรอบพระอุโบสถ 230 องค์

• ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สวดนพเคราะห์

• ฟังการเสวนาสรรพศาสตร์-สรรพศิลป์ในวัดโพธิ์

• ชมการแสดงฤาษีดัดตน

• ชมความงามของพระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล

• ชมนิทรรศการ 230 ปีความทรงจำโลก

• เที่ยวชม “จารึกวัดโพธิ์” มรดกความทรงจำแห่งโลกจาก UNESCO

• ชมการแสดงชั้นสูงชาววัง อาทิ โขน ลิเกโบราณ และเชิดหนังใหญ่ที่หาดูได้ยาก

• ช้อป ชม ชิม เต็มอิ่ม ท่ามกลางศูนย์รวมความอร่อยของอาหารชาววัง

ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ watpho.com และเฟซบุ๊ก วัดโพธิ์ ท่าเตียน Wat Pho

เกร็ดประวัติวัดโพธิ์

กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของราชอาณาจักรไทยที่มีความหมายเป็นนครแห่งทวยเทพ มีหัวใจอยู่ที่กรุงรัตนโกสินทร์ชั้นใน อันเป็นพื้นที่แรกสร้างพระนคร นับเป็นพื้นที่ที่สั่งสมมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยไว้ให้เราชนรุ่นหลังได้เห็นได้เรียนรู้ได้รับรู้บังเกิดความภาคภูมิใจและนำความรู้ทั้งหลายทั้งปวงมาปฏิบัติตาม ประกอบอาชีพกันด้วยสัมมาอาชีวะจนถึงทุกวันนี้ วัดโพธ์ิ หรือนามทางราชการว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๑แห่งราชวงศ์จักรี เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดโพธารามวัดเก่าที่เมืองบางกอกครั้งกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดหลวงข้างพระบรมมหาราชวัง และที่ฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระองค์ท่านไว้ด้วย

 

 

พระอารามหลวงแห่งนี้ มีเนื้อที่ ๕๑ ไร่ ๒ งาน ๙๘ ตารางวาอยู่ด้านทิศใต้ของพระบรมมหาราชวัง ทิศเหนือจดถนนท้ายวัง ทิศตะวันออกจดถนนสนามไชย ทิศใต้จดถนนเศรษฐการ ทิศตะวันตกจดถนนมหาราช มีถนนเชตุพนขนาบด้วยกำแพงสูงสีขาวแบ่งเขตพุทธาวาสและสังฆาวาสชัดเจนมีหลักฐานปรากฏในศิลาจารึกไว้ว่า หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนาพระบรมมหาราชวังแล้วทรงพระราชดำริว่า มีวัดเก่าขนาบพระบรมมหาราชวัง ๒ วัด ด้านเหนือ คือวัดสลัก (วัดมหาธาตุ) ด้านใต้ คือ วัดโพธาราม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุนนางเจ้าทรงกรม ช่างสิบหมู่อำนวยการบูรณปฏิสังขรณ์ เริ่มเมื่อพ.ศ. ๒๓๓๑ เสด็จวัดโพธาราม มีสภาพทรุดโทรม ต่อมาปี พ.ศ. ๒๓๓ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอุโบสถอันดับแรก ใช้เวลา ๗ ปี ๕ เดือน ๒๘ วัน จึงแล้วเสร็จ และโปรดเกล้าฯ ให้มีการฉลองเมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๔ พระราชทานนามใหม่ว่า“วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาศ” ต่อมารัชกาลที่ ๔ ได้โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยน ท้ายนามวัดเป็น “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม”

 

 

ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้บูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่นานถึง ๑๖ ปี ๗ เดือน ขยายเขตพระอารามด้านเหนือและตะวันตกคือ ส่วนที่เป็นพระวิหารพระพุทธไสยาส สวนมิสกวัน สถาปนาขึ้นใหม่ เป็นโบราณสถานในพระอารามหลวงที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้ แม้การบูรณปฏิสังขรณ์ได้ดำเนินการตามลำดับจนถึง

ปัจจุบันทางวัดได้ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา เพื่อให้พระอารามแห่งนี้มีความสวยงามมั่นคงอยู่เสมอ

 

 

เกร็ดประวัติศาสตร์ของการสถาปนาและการบูรณปฏิสังขรณ์วัดโพธิ์แห่งนี้ บันทึกไว้ว่า รัชกาลที่ ๑ และที่ ๓ ขุนนางเจ้าทรงกรม ช่างสิบหมู่ได้ระดมช่างในราชสำนัก ช่างวังหลวง ช่างวังหน้า และช่างพระสงฆ์ที่อยู่ในวัดต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญงานศิลปกรรมสาขาต่างๆ ได้ทุ่มเทผลงานสร้างสรรค์พุทธสถานและสรรพสิ่งที่ประดับอยู่ในพระอารามหลวงด้วยพลังศรัทธาตาม

พระราชประสงค์ของพระองค์ท่านที่ให้เป็นแหล่งรวมสรรพศิลป์ สรรพศาสตร์เปรียบเป็นมหาวิทยาลัยแห่งสรรพวิชาไทย (มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรก) ที่รวมเอาภูมิปัญญาไทยไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานไทยได้เรียนรู้กันอย่างไม่รู้จบสิ้น จักรพันธุ์ โปษยกฤต จิตรกรชื่อดังของไทย กล่าวไว้ในหนังสือ “โบสถ์วัดโพธิ์” เมื่อ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๒ ว่า “ศิลปศาสตร์ในวัดโพธิ์ จึงเสมือนโอฆะแห่งวิชา ที่สามารถตักตวงได้ยังประโยชน์แก่กุลบุตรกุลธิดาให้อุดมสมบูรณ์อลังการด้วยปัญญาอยู่มิรู้เหือดแห้ง”

 

 

วัดโพธิ์นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่นักท่องเที่ยวทุกคนมีเป้าหมายของการเดินทางไปชมคือ การชมพุทธศิลป์ที่งามวิจิตร ผสมผสานกับภูมิปัญญาไทยที่ยังเป็นอยู่ ยังสืบสานกันอยู่ เป็นความรู้เป็นอาชีพที่เป็นอมตะ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๘.๓๐ น. สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจะต้องซื้อบัตรเข้าชมคนละ ๑๐๐ บาท

Facebook Comments



ใส่ความเห็น

Shares