Search
วันศุกร์ 30 ตุลาคม 2020
  • :
  • :

น่าน 2 วัน 1 คืน ฉบับเที่ยวเอง อะไรที่ไม่ควรพลาด

หลังจากพาไปอินไซด์ทั้งดอยเสมอดาว และวัดพระธาตุแช่แห้งมาแล้ว เห็นหลายๆคนอยากไปเที่ยวตาม มีวางแผนชวนเพื่อนๆไปเที่ยวช่วงหยุดยาวกัน แต่อีกหลายๆคน ที่ไม่สามารถหยุดไปเที่ยวไหนยาวๆได้ หรือมีเวลาแค่เสาร์-อาทิตย์ แต่อยากเที่ยวน่านให้หนำใจ วันนี้ รีวิวสยาม ขอปักพินจุดสำคัญๆ ที่ไม่ควรพลาด แนะนำเลยว่า ต้องไปดูด้วยตัวเอง เพราะสวยงาม และสตอรี่ก็ไม่ธรรมดาทีเดียว ในส่วนที่พัก อันนี้แล้วแต่สะดวกคค่ะ จะขึ้นไปนอนบนดอย คอยหมอกยามเช้า หรือจะนอนโฮสเทลในเมือง แต่ได้อรรถรสเมืองน่านไปเต็มๆ ก็เลือกได้เลย (ที่พักในเมืองตัวเต็ม รอรีวิวถัดไปค่ะ) ขอบคุณทุกๆการติดตาม #เที่ยวตามรอยรีวิวสยาม #เที่ยวอย่างชาวสยาม #เมืองไทยสวยงามมหัศจรรย์ #reviewsiam #reviewer #nan #thailand

 

01

ที่สุดแห่งการเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ “เมืองน่าน” ธรรมชาติ วัฒนธรรม หลากเสน่ห์ที่น่าหลงใหล รวมไว้ในเมืองเล็กๆแห่งนี้อย่างลงตัว

อดีตเมืองแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “นันบุรี” หรือ “วรนคร” เป็นจังหวัดที่มีเรื่องราว วัฒนธรรม ล้านนาของไทยที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาเก่าแก่พอๆ กับกรุงสุโขทัย และมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย ชวนให้นักท่องเที่ยว ไปแล้วก็อยากไปอีก — ที่ น่าน

 

02

ภาพจิตรกรรมหรือ “ฮูบแต้ม” ในวัดภูมินทร์เป็นชาดกในพุทธศาสนาเป็นตำ นานท้องถิ่นและวิถีชีวิตในสมัยนั้น

ซึ่งรวมถึงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายพื้นเมืองการทอและการค้ากับต่างประเทศ

ส่วนใหญ๋คนมักจะกล่าวถึงภาพ กระซิบรักบรรลือโลก แต่สำหรับรีวิวสยาม เรากลับทึ่งในเนื้อหาที่สอดแทรกไว้บนผนังนี้

ทั้งเรื่องราวของ พระพุทธเจ้า สวรรค์ นรก สัตว์ในวรรณคดี รวมถึงความเป็นอยู่ รากเหง้า วัฒนธรรมชาวน่าน ซึ่งถูกรังสรรค์ไว้ได้อย่างดงามมหัศจรรย์

 

03

“งาช้าดำ” วัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่าน ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่าน ไม่ได้มีสีดำสนิทอย่างที่หลายคนเข้าใจ

แต่เป็นงาช้างสีออกน้ำตาล มีครุฑตัวสีน้ำเงินปีกทองแบกงาช้างอยู่อีกที มีลักษณะเป็นงาปลียาว ๙๔ เซนติเมตร

วัดโดยรอบตรงส่วนที่ใหญ่ที่สุดได้ ๔๗ เซนติเมตร มีน้ำหนักถึง ๑๘ กิโลกรัม สันนิษฐานว่าเป็นงาช้างข้างซ้ายเพราะปรากฏรอยเสียดสีกับงวงช้างให้เห็นชัดเจน

ความสำคัญของงาช้างดำนี้เชื่อกันว่า พญาการเมือง เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ ๖ ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ได้ทำพิธีสาปแช่งเอาไว้

ว่าให้งาช้างดำนี้เป็นของคู่บ้านคู่เมืองน่านตลอดไป ผู้ใดจะนำไปเป็นสมบัติส่วนตัวมิได้ ต้องไว้ที่หอคำหรือวังเจ้าผู้ครองนครเท่านั้น

จะสังเกตว่าสมัยต่อมาไม่มีเจ้าผู้ครองนครน่านองค์ใดนำงาช้างดำนี้ไปเป็นสมบัติส่วนตัวเลยทั้งๆ ที่เมืองน่านมีเจ้าเมืองสืบต่อๆ มาถึง ๕๙ องค์

ตัวครุฑที่ทำแบกรับงาช้างดำ ทำจากไม้สักทั้งท่อน สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2469 ช่วงนั้นมีข่าวว่าเจ้าเมืองทางเหนือบางเมืองแข็งข้อก่อการกบฏ

เจ้าเมืองน่านจึงให้ทำครุฑ ขึ้นมาแบกงาช้างดำวัตถุคู่บ้านคู่เมือง เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ให้เห็นว่า นครน่านในยุคนั้น ยังจงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

(ซึ่งใช้ตราครุฑเป็นตราแผ่นดิน แทนองค์พระมหากษัตริย์) อยู่ไม่เสื่อมคลาย

 

04

มาเที่ยวน่านทั้งที ต้องไม่ ลืมมาแวะร้านนี้ค่ะ “เตี๋ยวไร้เทียมทาน” ร้านเด่น ร้านดัง อีกร้านหนึ่งของ จ.น่าน ขอบอกเลยว่าและร้านนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

เมนูเด็ดที่ต้องมาลองทานร้านนี้คือ เตี๋ยวดูกยำ และซุปดูกยำ ค่ะ เตี๋ยวดูกยำ เป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำซุปกระดูกรสชาติ เข้มข้น

ด้วยน้ำยำสูตรเด็ดที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาเอง มีกระดูกชิ้นใหญ่ๆ ในถ้วย รสชาติเข้มข้น อร่อยแซบเว่อร์จริงๆ ขายแค่ชามละ 30 บาทเท่านั้น

น้ำซุปไม่ต้องพูดถึง เข้มข้น หอมมะนาว แซ่บซี้ดดมาก (โอ้ยยยย น้ำลายสอ)

 

05

ที่ยอดนิยม ของนักท่องเที่ยว ที่ต้องเก็บภาพที่ระลึกกับซุ้มต้นลีลาวดี หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

ใครมาถึงในตัวเมืองน่าน ไม่ได้มาเก็บมุมนี้ เซลฟี่ไปอวดเพื่อนๆ ก็คงจะเหมือนมาไม่ถึงน่านกันเลยทีเดียว

 

06

กำแพงเมืองน่าน
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่อ้างอิงถึงความมั่นคงของรัฐเล็กๆ แห่งหนึ่งในลุ่มแม่น้ำน่าน
เมืองที่สามารถปกครองตนเองได้ แม้ต้องยอมอ่อนน้อมต่อหัวเมืองอื่นหลายครั้ง
แต่เมืองน่านก็ยังคงรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ของตนไว้ได้เป็นอย่างดี

ปรากฏหลักฐานกำแพงก่ออิฐทั้งอิฐสี่เหลี่ยมและอิฐบัว แนวกำแพงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าด้านยาว
ทอดไปตามลำน้ำน่าน ความสูงจากระดับพื้นดินปกติซึ่งเป็นส่วนฐานของกำแพงถึงพื้นเชิงเทิน
สูงประมาณ ๓.๘๐เมตร กำแพงกว้างประมาณ ๓.๕๐ เมตร เชิงเทินมีขนาดกว้าง ๒.๒๐ เมตร
ทอดยาวไปตลอดตามความยาวของแนวกำแพง เหนือเชิงเทินประดับด้วยกำแพงใบเสมาคาดด้วย
เส้นลวด ๒ ชั้น ความสูงประมาณ ๑ เมตรเหนือแนวกำแพงเป็นรูปใบเสมารูปสี่เหลี่ยมตัดมุมบน ๖๐ องศา
ทั้งสองด้าน ใบเสมากว้าง ๐.๘๐ X ๑.๐๐ X๑.๒๐ เมตร ตรงมุมกำแพงทั้ง ๔ ด้าน
ก่อป้อมและมีปืนประจำป้อมป้อมละ ๔ กระบอก ที่ประตูก่อเป็นซุ้มประกอบด้วยใบทวารแข็งแรง

เส้นทางเข้าสู่กำแพงเมืองน่าน
เดินทางมาตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๑ ถึงสี่แยกวัดศรีพันต้น
เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุริยพงษ์ ก่อนเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๙๑ (ไปจังหวัดพะเยา)
เลี้ยวขวาไปตามถนนรอบเมืองด้านตะวันตกผ่านวิทยาลัยเทคนิคน่าน อีกประมาณ ๑๐๐ เมตร
จะถึงบริเวณกำแพงเมืองน่าน ส่วนที่ยังคงสภาพสมบูรณ์

 

07

ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน บริเวณที่เป็นศูนย์กลางเมืองน่านเดิม

หลังจากที่ย้ายมาจากเมืองปัว วัดพระบรมธาตุแช่แห้งสร้างในสมัยเจ้าพระยาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่านระหว่าง พ.ศ.1869-1902)

เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท

เมื่อครั้งที่เจ้าพระยาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน) ในปีพ.ศ. 1897

องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง รูปแบบของพระธาตุแช่แห้งสันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริภุญไชย

โดยรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง)

ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบัน เหนือประตูทางเข้าพระวิหารเป็นปูนปั้นลายนาคเกี้ยว

ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่าน พระธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุ ประจำปีกระต่าย ชาวล้านนาเชื่อว่า หากได้เดินทางไป “จุธาตุ”

หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิดจะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตอยู่ดี มีสุข ปราศจากโรคภัยต่างๆ มาเบียดเบียน

หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้านักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมวัดพระธาตุแช่แห้งได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00 – 18.00 น

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รีวิว Unseen พระธาตุแช่แห้ง ค่ะ

08

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร
อยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านเดิมชื่อ วัดหลวงกลางเวียง พระวิหารหลวงวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

เป็นวิหารขนาดใหญ่ ภายในวัดประดิษฐาน เจดีย์ช้างค้ำ ซึ่งเป็นศิลปะสมัยสุโขทัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20

รอบเจดีย์มีรูปปั้นช้างปั้นด้วยปูน เพียงครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบ ที่นี่มีการพบหินจารึกไทยโบราณเกี่ยวกับพันธมิตร

ระหว่างกษัตริย์แห่งน่านและสุโขทัยเมื่อสมัยเมือง น่านยังคงเป็นรัฐอิสระ

 

09

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร : เดิมเรียกว่า “วัดหลวง” เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญทางพุทธศาสนาและพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา

มีเจดียทรงลังกา (ทรงระฆัง) รอบฐานองค์พระเจดีย์ก่ออิฐถือปูน และปั้นเป็นรูปช้างครึ่งตัว ดูคล้ายจะเอาหลังหนุน หรือ “ค้ำ” องค์เจดีย์ไว้

ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปนันทบุรีศากยมุนี พระพุทธรูปสำริด ปางประทานอภัยที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่ง

 

10

วัดศรีพันต้น : ภายในวัดมีวิหารสีทองสวยงาม เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัดน่านที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงาม

โดยเฉพาะพญานาคที่เฝ้าบันไดหน้าวัดดูอ่อนโยนมีชีวิตชีวา ภายในพระอุโบสถแสดงประวัติศาตร์เมืองน่าน

ภายในวิหารมีการเขียนภาพลายเส้นประวัติของพระพุทธเจ้าและประวัติการกำเนิดเมืองน่าน พระกัจจายนะเถระเป็นองค์ที่มีขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดน่าน

 

11

จิตรกรรมปูนปั้นส่วนหนึ่งภายในวัด เห็นแล้วก็ประทับใจ ทึ่งกับความสามารถของผู้สร้าง

 

12

ริมแม่น้ำน่าน บรรยากาศสบาย ๆ ช่วงเวลาแบบนี้ หากได้นั่งไปทานอาหารในบรรยากาศ open air ที่ร้านริมแม่น้ำสักแห่ง

เพื่อรับลมที่หอบเอาไอเย็นๆจากแม่น้ำมาด้วย พร้อมชมวิวสวยงามริมฝั่งแมน้ำคงเป็นอะไรที่เพอร์เฟคมาก (นี่ก็ลากเข้าเรื่องกินตลอดๆๆๆ….ฮ่าๆๆ)

 

13

ปกติเราจะคุ้นเคยกับการนั่งอ่านหนังสือในร้านกาแฟฮิปๆ วันนี้มาเที่ยวน่านทั้งที เปลี่ยนบรรยากาศหน่อยดีไหม มาจิบกาแฟไป

อ่านหนังสือไป พร้อมๆกับสายลมโชยต้องใบหน้า มองออกไปสุดสายตา เจอแต่วิวภูเขากว้างๆ ดอยเสมอดาว เป็นตัวเลือกที่ดีนะคะ เดินทางไม่ลำบาก เป็นส่วนตัวดีด้วย

 

14

ร้านชื่อ อยู่ดี กินดี ร้านนี้อาหารหลากหลาย เน้นแนวฟิวชั่น ที่เราถูกใจมากๆ ขอยกให้ ผัดไท คือปรุงมาได้อร่อยมาก

แม้เครื่องเคราจะไม่เหมือนภาคกลาง แต่รสชาติอย่างกับ copy original เลยหละ อร่อยมากๆ จานนี้น่าจะ 60-. หรือ 80-. ไม่แน่ใจเหมือนกัน

 

15

 

 

ขนมหวานร้านป้านิ่ม บัวลอยธรรมดา แต่ข้าวเหนียวดำ ข้าวฟ่าง อร่อยโพดๆ
เจ้านี้ถือเป็นร้านอร่อยในเมืองน่านไม่ใช่ร้านใหญ่โต แต่เป็นร้านบ้านๆ ของคนท้องถิ่น ที่ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างเมือง

 

 

16

ตื่นให้เร็วขึ้น เดินเล่นกาดเช้า ใส่บาตรสักหน่อย แล้วหาของอร่อยกินกัน

 

17

หอคำ หรือคุ้มหลวงแห่งนี้ อยู่บริเวณใจกลางเมืองประวัติศาสตร์น่าน (เวียงนครน่านหรือนันทบุรี) ที่พญาผากองสถาปนาขึ้นทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่านเมื่อพ.ศ. 1911

จากเดิมที่นี่เป็นคุ้มของเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดช สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2446 กรมศิลปากรได้รับมอบอาคารหอคำ

เพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่านเมื่อปี พ.ศ.2517 จัดแสดงโบราณวัตถุ ตลอดจนสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ โบราณคดี และชาติพันธุ์วิทยาประจำท้องถิ่น

 

18

วัดภูมินทร์ เป็นวัดเก่าแก่กลางเมืองอายุกว่า 400 ปี ตามพงศาวดารเมืองน่านระบุว่า สร้างในปี พ.ศ. 2139

โดยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์หลังขึ้นครองเมืองน่านได้ 6 ปี เดิมชื่อ“วัดพรหมมินทร์” ก่อนจะเพี้ยนเป็นวัดภูมินทร์ในภายหลัง

 

19

พญานาคคู่นี้ทั้งส่วนหน้า-ส่วนหลังจะมีช่องเอาไว้ให้เดินลอด โดยบางคนเชื่อว่าถ้าใครได้ไปเดินลอดท้องพญานาคแล้วจะได้กลับมาเยือนจังหวัดน่านอีกครั้ง
บ้างก็ว่าถ้าใครไร้คู่แล้วได้เดินลอดใต้ตัวพญานาคก็จะประสบพบเนื้อคู่ ส่วนบางคนว่าเชื่อว่าถ้าได้ลอดตัวพญานาคทั้ง 4 ช่องแล้ว จะเป็นทางรอดนำไปสู่หนทางหลุดพ้น

 

20

พญานาคทั้ง 2 เปรียบเสมือนผู้ปกป้องศาสนาพุทธ ซึ่งน่านถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีการแสดงออกทางความเชื่อในเรื่องของพญานาคอยู่เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากคนเมืองน่านเขาเชื่อว่าบรรพบุรุษของตนคือเจ้าขุนนุ่น ขุนฟอง เกิดมาจากไข่พญานาคนั่นเอง

 

21

ศรีนวล ลอดจ์ Srinual Lodge สงบเงียบ แต่แขกเข้าพัก เพียบนะจ๊ะ
ทำเลดี อยู่ในเมือง แต่อยู่ใกล้กลับโรงเรียนสตรี จึงทำให้ผู้มาพักไม่ต้องเสียอารมณ์กับความอึกทึก ที่พักน่ารัก การเดินทางสะดวก ที่จอดรถรองรับได้หลายคันห้องราคา 800-.

 

22

มีอาหารเช้าปื่นโต เป็นอาหารเหนือให้ด้วยคะ ที่นี่มีไข่กะทะเสิร์ฟด้วยนะ ทีแรกก็คิดว่าแค่สั่งมารองท้อง ที่ไหนได้ อร่อยมากๆ อร่อยกว่าแถบอุดรอีก ติดใจสุดๆไปรอบหน้าจะไปทานอีก

 

23

รีวิวจบ แต่คนยังไม่จบ อัพรูปวนกันไป รีวิวนี้ทำมาสรุปให้ สำหรับคนเวลาน้อย ไว้เดี๋ยวจะมารีวิวห้องพักที่เราได้ไปพักมา 2-3 ที่ ในวันหลัง
ขอบคุณมากๆค่ะที่ติดตาม ทุกไลค์ ทุกแชร์ เป็นกำลังใจให้ทีมงานมากๆเล


#เที่ยวตามรอยรีวิวสยาม #เที่ยวอย่างชาวสยาม#เมืองไทยสวยงามมหัศจรรย์ #reviewsiam#reviewer #nan #thailand
— ที่ น่าน

Facebook Comments



ใส่ความเห็น

Shares