Search
วันอังคาร 21 มกราคม 2020
  • :
  • :

ลพบุรี | ตอนที่ 1 : พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ แผ่นดินทอง ของพระนารายณ์ แวร์ซายน์ในแผ่นดินสยาม

ประวัติสำคัญสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง

 

  • สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นพระราชโอรส ของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระราชสมภพ เมื่อปี พ.ศ.2175 และขึ้นครองราชย์สมบัติ ในพ.ศ.2099 ขณะนั้นทรงมีพระชนมายุเพียง 19 พรรษา เท่านั้น
  • สงสัยไหมว่า ทำไม สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นกษัตริย์อยู่ที่ กรุงศรีอยุธยา แต่กลับมาสร้าง พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศ อยู่ที่ เมืองละโว้ (ลพบุรี) แทน?
  • หลังจากที่ครองราชย์ที่ กรุงศรีอยุธยา ได้ราว 10 ปี ก็ได้เริ่มมีการก่อสร้างพระราชวังนารายณ์ราชนิเวศ เป็นราชธานี แห่งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2209 โดยก่อนหน้านั้น 2 ปี ฮอลลันดา ได้ส่งกองทัพเรือมาปิดล้อมปากอ่าวไทย (ในปี พ.ศ. 2207) เป็นผลให้การค้าขายในอยุธยาสะดุด เป็นอย่างมาก ออกไปค้าขาย นำเข้า ส่งออก ไม่ได้เลย ดังนั้น สมเด็จพระนารายณ์จึงได้เร่งแก้ปัญหากับกองทัพฮอลลันดา และเร่งสร้างราชธานีใหม่ เพื่อมิให้เกิดเหตุซ้ำ
  • ที่เมืองลพบุรีนี้ นับว่าเป็นยุทธภูมิที่ดี เหมาะที่จะสร้างเมืองที่ 2 เพราะมีแอ่งน้ำล้อมรอบ และแม่น้ำลพบุรีไหลผ่าน ข้าศึกคงจะยกกองทัพมารุกล้ำลำบากเป็นแน่

 

ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ( วังนารายณ์)

  • พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ เป็นพระราชวังที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดให้สร้างขึ้น ณ เมืองลพบุรี เมื่อประมาณ พ.ศ.2208-2209 มีข้อสันนิษฐานที่สำคัญ คือ ใน พ.ศ. 2207 เกิดกรณีพิพาทระหว่างฮอลันดากับไทย ฮอลันดาได้นำเรือมาปิดปากอ่าวไทยและบังคับให้ไทยทำสนธิสัญญาเสียเปรียบทางการค้าและเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต สมเด็จพระนารายณ์ทรงเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำใหญ่ ไม่ห่างจากทะเล และด้วยเหตุผลทางการเมืองภายในประเทศ พระองค์โปรดให้สร้างพระราชวังที่เมืองลพบุรี ใช้เป็นราชธานีที่สอง ด้วยสภาพภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ไกลจากแม่น้ำใหญ่ มีป่า ภูเขา สัตว์ป่าชุกชุมทำให้ต้องอัธยาศัยในการเสด็จเข้าป่าล่าสัตว์ล้อมจับช้างในบริเวณป่าใกล้เมืองลพบุรี พระองค์จึงรู้สึกปลอดภัยเมื่อประทับอยู่ที่เมืองลพบุรี

 

 

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, พื้นหญ้า, สถานที่กลางแจ้ง, ข้อความ และ ธรรมชาติ

 

พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์มีพื้นที่ประมาณ 43 ไร่ ออกแบบโดยวิศวกรชาวฝรั่งเศส ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบไทยผสมตะวันตก สมเด็จพระนารายณ์ทรงโปรดประทับ ณ เมืองลพบุรีเกือบตลอดปี เฉพาะฤดูฝนเท่านั้น จึงเสด็จไปประทับอยู่ ณ กรุงศรีอยุธยา เมืองลพบุรีจึงเป็นศูนย์กลางความเจริญตลอดรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์

 

 

ในภาพอาจจะมี 1 คน, สถานที่กลางแจ้ง

 

 

เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 2231 พระราชวังถูกทิ้งร้างจนกระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรด ฯ ให้ซ่อมแซมพระราชวังเดิมของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อ พ.ศ.2399 โปรดให้สร้างพระที่นั่งเพิ่มขึ้น และพระราชทานชื่อพระราชวังนี้ว่า “พระนารายณ์ราชนิเวศน์” 

 

พระราชวังหันเข้าหาตัวเมือง ด้านหลังติดแม่น้ำลพบุรี กำแพงพระราชวังก่ออิฐถือปูน กำแพงชั้นนอกสูงใหญ่โดยรอบ มีใบเสมาเรียงรายบนสันกำแพงตลอด ตรงกึ่งกลางกำแพงมีป้อมปืนอยู่ 7 ป้อม ตรงฐานของป้อมปืนแต่ละป้อมเจาะเป็นช่องกลมเพื่อเสียบปืนใหญ่ กำแพงด้านในเจาะเป็นช่องสำหรับตามประทีป มีประตูทางเข้า 7 ประตู มีลักษณะโค้งแหลม ปัจจุบันเปิดให้เข้าได้เฉพาะประตูด้านหน้า ทางทิศตะวันออกเท่านั้น

 

 

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, เมฆ, สถานที่กลางแจ้ง, ธรรมชาติ และ ข้อความ

 

 

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, เมฆ และ สถานที่กลางแจ้ง

 

 

 

 

ในภาพอาจจะมี ผู้คนกำลังยืน, ท้องฟ้า และ สถานที่กลางแจ้ง

 

 

 

 

ในภาพอาจจะมี พื้นหญ้า, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

  • ตึกเลี้ยงรับแขกเมือง บันทึกของชาวฝรั่งเศสกล่าวว่า ตึกหลังนี้อยู่กลางอุทยานเป็นตึกชั้นเดียวขนาดกระทัดรัด รอบตึกมีคูน้ำล้อมรอบสามด้านเป็นรูปตัวยู U ภายในคูน้ำมีน้ำพุพุ่งเรียงรายราว 20 แห่ง สมเด็จพระนารายณ์ได้พระราชทานเลี้ยงแก่คณะทูตจากฝรั่งเศส ณ สถานที่แห่งนี้ ใน พ.ศ. 2228 และพ.ศ. 2230
  • ตึกพระเจ้าเหา ตึกหลังนี้แสดงให้เห็นลักษณะสถาปัตยกรรม สมัยสมเด็จพระนารายณ์ชัดเจนมาก ภายในตึกมีฐานชุกชีปรากฏให้เห็นอยู่บันทึกของชาวฝรั่งเศสระบุว่าเป็นวัด ตึกหลังนี้อาจเป็นหอพระประจำพระราชวังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปชื่อว่า “พระเจ้าเหา” ประตูหน้าต่างทำเป็นซุ้มเรือนแก้วฐานสิงห์ ผนังด้านสกัดสูงยันอกไก่ ตรงจั่วเจาะเป็นช่องโค้งแหลม มีกำแพงแก้วเจาะเป็นช่องสำหรับวางตะเกียงล้อมรอบตึก
  •  สิบสองท้องพระคลัง (พระคลังศุภรัตน์ ) เป็นอาคารชั้นเดียวที่ตั้งอยู่ระหว่างถังเก็บน้ำประปาและตึกเลี้ยงรับแขกเมือง สร้างขึ้นเป็นเรือนยาวสองแถวเรียงชิดติดกันอย่างมีระเบียบ เครื่องบนเป็นไม้มุงกระเบื้องกาบ ประตูและหน้าต่างเป็นแบโค้งแหลม อาคารข่อนค้างทึบ มีถนนผ่ากลางจำนวน 12 ห้องเข้าใจว่าเป็นคลังเก็บสินค้าเก็บสิ่งของเพื่อใช้ในราชการ

 

 

 

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

 

 

ในภาพอาจจะมี เมฆ, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

 

 

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, พื้นหญ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

 

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า และ สถานที่กลางแจ้ง

 

 

 

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

 

ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, ต้นไม้, ท้องฟ้า, พื้นหญ้า และ สถานที่กลางแจ้ง

  • ถังเก็บน้ำ ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ชาวฝรั่งเศสและชาวอิตาลีได้ช่วยกันสร้างระบบระบายน้ำ ด้วยท่อดินเผาเพื่อลำเลียงน้ำจากห้วยซับเหล็ก ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองลพบุรี มาใช้ในพระราชวังและในเมืองลพบุรี ถังเก็บน้ำในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ คงทำไว้เพื่อกักน้ำไว้จ่ายในพระที่นั่งและตึกต่าง ๆ ในพระราชวัง
  • โรงช้างหลวง ตั้งเรียงรายเป็นแถวชิดริมกำแพง เขตพระราชฐานชั้นนอกด้านในสุด โรงช้างส่วนใหญ่ปรักหักพังเหลือแต่ฐาน ปรากฏให้เห็นประมาณ 10 โรง ช้างซึ่งยืนโรงในพระราชวัง คงเป็นช้างหลวงหรือช้างสำคัญ สำหรับใช้เป็นพาหนะของสมเด็จพระนารายณ์ เจ้านายหรือขุนนางสำคัญพระที่นั่งและตึกที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในภาพอาจจะมี พื้นหญ้า, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

 

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง

 

 

 

ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, ต้นพืช, พื้นหญ้า, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

  • หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างพระที่นั่งองค์นี้ใน พ.ศ.2405 ในพระราชวังเดิมของสมเด็จพระนารายณ์ ณ เมืองลพบุรี ประกอบด้วยพระที่นั่งต่าง ๆ ดังนี้ คือ มุขด้านซ้ายมือ พระที่นั่งอักษรศาสตราคม เป็นที่ทรงพระอักษร มุขด้านขวาคือ พระที่นั่งไชยศาสตรากร เป็นที่เก็บอาวุธ พระที่นั่งองค์ขวางตรงกลางคือ พระที่นั่งวิสุทธิวินิจฉัย ใช้เป็นท้องพระโรงเสด็จออกว่าราชการ ด้านหลังสุดเป็นอาคารสูง 3 ชั้น คือพระที่นั่งพิมานมงกุฎ เป็นที่ประทับส่วนพระองค์
  • หมู่ตึกพระประเทียบ ตั้งอยู่บริเวณหลังพระที่นั่งพิมานมงกุฎ อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นกลาง เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสูง 2 ชั้น เรียงรายอยู่ 8 หลัง สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของข้าราชการฝ่ายในผู้ตามเสด็จ
  • ที่พักของทหารรักษาการณ์ เป็นศาลาโถง อยู่ข้างประตูทางข้าเขตพระราชฐานชั้นกลางทั้งสองด้าน ใช้เป็นที่พักของทหารรักษาการณ์ในเขตพระราชวัง

 

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง

 

 

ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, พื้นหญ้า, ต้นพืช, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

พิกัดสำคัญในพระราชวัง นารายณ์ราชนิเวศน์

  • – อ่างเก็บน้ำ หน้าพระราชวัง นวัตกรรมสุดล้ำ เมื่อ 400 กว่าปี
  • – อาคาร 12 ท้องพระคลัง เป็นอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้า
  • – อาคารรับรองราชทูต มีคูน้ำรอบ 3 ด้าน มีการทำเป็นน้ำพุ ทั้ง นิโคสัส แชร์แวร์ , ลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศส ก็ต่างเคยมา ร่วมรับประทานอาหารที่นี่
  • – ราชอุทยาน เลียนแบบการสร้าง จากรูปแบบฝรั่งเศส
  • – ตึกพระเจ้าเหา จริงๆแล้วเป็นวัดเล็กๆในพระบรมหาราชวัง พระเจ้า = พระพุทธรูป   เหา = house = ที่อยู่
  • -ในปี พ.ศ. 2231 เป็นปีที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เสด็จสวรรคต ตอนที่ทรงพระประชวรหนัก ได้ปลงพระราชหฤทัย ทรงให้พระเพทราชาดูแลกิจการบ้านเมืองต่อ ทางด้านพระเพทราชานั้นเมื่อได้รับครองราชย์ต่อ ก็ได้ใช้สถานที่แห่งนี้ เป็นที่ออกว่าราชการงานแผ่นดิน และยิ่งกว่ายังใช้เป็นที่ประชุมและเตรียมการยึดอำนาจจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก่อนเสด็จสวรรคตด้วย
  • -โรงช้าง แต่เดิมเป็นอาคารไม้ และได้บูรณะมาเรื่อยๆ มีการใช้ปูนมาต่อเติมเพิ่มภายหลัง
  • -ประตูเสด็จพระราชดำเนินโบราณ เพื่อเข้าสู่พระที่นั่ง ดุสิตสวรรค์ ธัญญมหาปราสาท

 

 

 

พระที่นั่ง ดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท

  • – พระที่นั่ง ดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท ความสำคัญคือเคยเป็นท้องพระโรง ออกว่าราชการของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บันทึกราชทูตทั้งฝรั่งเศส และเปอร์เซีย ต่างบันทึกตรงกัน ถึงความงดงามภายในพระที่นั่งแห่งนี้ ว่าเป็นแผนกระจกเงาตลอดเต็มพื้นที่ผนัง

พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท เป็นพระที่นั่งท้องพระโรงทรงสูง มียอดแหลมทรงมณฑป ตรงกลางท้องพระโรงมีสีหบัญชรเป็นที่เสด็จออกเพื่อทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้เข้าเฝ้า ฝาผนังประดับด้วยกระจกเงาซึ่งนำมาจากประเทศฝรั่งเศส ประตูและหน้าต่างท้องพระโรงซึ่งอยู่ทางด้านหน้า ทำเป็นโค้งแหลม ส่วนตัวมณฑปที่อยู่ด้านหลังทำประตูหน้าต่างเป็นซุ้มแบบไทย คือซุ้มเรือนแก้วฐานสิงห์ ผนังพระด้านนอกพระที่นั่งตรงมณฑปชั้นล่างเจาะเป็นช่องโค้งแหลมไว้สำหรับตามประทีปในเวลากลางคืน

 

 

 

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, ต้นพืช, ต้นไม้, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

 

 

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง, ธรรมชาติ และ น้ำ

 

 

 

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

 

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง

 

 

ในภาพอาจจะมี เมฆ, ต้นไม้, ท้องฟ้า, พื้นหญ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

 

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังยืน, ท้องฟ้า และ สถานที่กลางแจ้ง

พระที่นั่งสุทธาสวรรค์

  •  – พระที่นั่ง สุทธาสวรรค์ เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ปัจจุบันเหลือแต่ฐานรากของโครงสร้างอาคาร ตามบันทึกต่างๆ ได้กล่าวไว้ว่า มีการยกพื้นสูง มีกำแพงแก้วล้อมรอบ หลังคามุงกระเบื้องสีเหลือง แต่ละมุมมีสระน้ำ สำหรับ สรงสนาน ใกล้ๆกัน มีน้ำพุไหลมาจากภูเขาจำลอง บริเวณเดียวกันปลูกไม้ดอกกลิ่นหอม
    พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนารายณ์ บันทึกของชาวฝรั่งเศสกล่าวว่าพระที่นั่งองค์นี้ตั้งอยู่ในพระราชอุทยานที่ร่มรื่น ทรงปลูกพรรณไม้ต่างๆ ด้วยพระองค์เอง หลังคาพระที่นั่งมุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลือง ที่มุมทั้งสี่มีสระน้ำขนาดใหญ่ 4 สระ ใช้เป็นที่สรงสนานของพระเจ้าแผ่นดิน สมเด็จพระนารายณ์สวรรคต ณ พระที่นั่งองค์นี้ เมื่อ พ.ศ. 2231 ปัจจุบันเหลือเพียงแต่ฐานรากเท่านั้น

 

ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, ท้องฟ้า, ต้นพืช, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, เมฆ, สถานที่กลางแจ้ง และ ข้อความ à¹ƒà¸™à¸ à¸²à¸žà¸­à¸²à¸ˆà¸ˆà¸°à¸¡à¸µ 1 คน, กำลังยืน และ ข้อความ

 

 

ในภาพอาจจะมี สถานที่ในร่ม

 

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป

 

 

 

ในภาพอาจจะมี ข้อความ  à¹ƒà¸™à¸ à¸²à¸žà¸­à¸²à¸ˆà¸ˆà¸°à¸¡à¸µ ข้อความ à¹„ม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

 

พระที่นั่งจันทรพิศาล

  • สันนิษฐานว่าเป็นพระที่นั่งองค์แรกที่สมเด็จพระนารายณ์ทรงสร้างขึ้น ปัจจุบันจัดแสดง เรื่องการฑูตของสมเด็จพระนารายณ์หาราชพระที่นั่งจันทรพิศาล เป็นพระที่นั่งซึ่งตรงกับบันทึกชาวฝรั่งเศสว่า เป็นหอประชุมองคมนตรี เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยแท้ มีลักษณะคล้ายโบสถ์หรือวิหารด้านหน้ามีมุขเด็จ เพื่อเสด็จออกให้ข้าราชการเข้าเฝ้าตรงชาลาหน้าพระลาน เมื่อพระราชวังถูกทิ้งร้าง เครื่องบนพระที่นั่งปรักหักพัง เหลือแต่ผนัง ได้รับการซ่อมแซมให้สมบูรณ์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

 

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ  à¹„ม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ  à¹ƒà¸™à¸ à¸²à¸žà¸­à¸²à¸ˆà¸ˆà¸°à¸¡à¸µ สถานที่กลางแจ้ง

 

 

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

 

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

 

ในภาพอาจจะมี อาหาร

 

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

 

 

ในภาพอาจจะมี สถานที่ในร่ม และ อาหาร

 

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

 

 

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

 

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

 

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง, ข้อความ และ อาหาร

 

ในภาพอาจจะมี อาหาร

 

 

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ  à¹ƒà¸™à¸ à¸²à¸žà¸­à¸²à¸ˆà¸ˆà¸°à¸¡à¸µ ข้อความ  à¹ƒà¸™à¸ à¸²à¸žà¸­à¸²à¸ˆà¸ˆà¸°à¸¡à¸µ หนึ่งคนขึ้นไป

 

 

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

 

 

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

 

ในภาพอาจจะมี สถานที่ในร่ม

 

 

ในภาพอาจจะมี 1 คน, สถานที่ในร่ม

 

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

 

ในภาพอาจจะมี ข้อความ และ อาหาร

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

 

 

 

การแบ่งเขตพระราชวัง

พระราชฐานชั้นนอก

  • ถัดจากกำแพงพระราชวังชั้นนอกเข้าไป เป็นที่ตั้งของหอพระ อาคารสถานที่ราชการ ศาลาลูกขุน คุก อ่างเก็บน้ำสำหรับใช้ในพระราชวัง และอุทยานที่สวยงาม ปรากฎสิ่งก่อสร้างดังนี้
  • ๑. หอพระ หรือ “ตึกพระเจ้าเหา” ตั้งอยู่ติดกำแพงพระราชวังด้านทิศใต้ ปรากฎหลักฐานที่กล่าวถึงในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ว่าเป็นอย่าง “หอพระประจำพระราชวัง” ภายในมีซากฐานชุกชีเป็นสิ่งยืนยัน หอพระแห่งนี้มาปรากฏชื่อในชั้นหลังเรียกกันอย่างสามัญว่า “ตึกพระเจ้าเหา” อันเป็นชื่อที่แปลกและหาที่มายังมิได้
    ลักษณะเป็นอาคารสถาปัตยกรรมไทย สังเกตได้จากซุ้มประตูหน้าต่างเป็นทรงสี่เหลี่ยมมีปูนปั้นลายไทยประดับด้านบน มิได้เป็นโค้งแหลมแบบเปอร์เซีย-โมกุล เช่นอาคารอื่นๆ สร้างด้วยอิฐและศิลาแลง มีขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร ยกพื้นสูงจากพื้นดิน ๑ เมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วสูงประมาณ ๑ เมตร หน้าอาคารด้านทิศเหนือปรากฎฐานน้ำพุ ๑ ฐาน
    ในช่วงใกล้สิ้นแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ พระเพทราชาใช้หอพระแห่งนี้ เป็นที่ประชุมขุนนางก่อการรัฐประหาร ถือเป็นสถานที่เริ่มต้น “วงศ์บ้านพลูหลวง”
  • ๒. ตึกสิบสองท้องพระคลัง เป็นอาคาร ๑๒ หลัง ตั้งอยู่กึ่งกลางพระราชฐานชั้นนอก สร้างเป็นอาคารยาวเรียงรายกันเป็น ๒ แถว คั่นกลางด้วยถนนเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นกลาง ด้านพระที่นั่งดุสิตสวรรย์ธัญญมหาปราสาท
    อาคารทั้ง ๑๒ หลัง มีรูปทรงเหมือนกัน คือ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ๒ ชั้น ซุ้มประตูและหน้าต่างโค้งแหลม (Pointed Vault) เป็นอาคารรุ่นแรกที่รับอิทธิพลด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมจากฝรั่งตะวันตกและแขกเปอร์เซีย “ตึกสิบสองท้องพระคลัง” เป็นทั้ง “คลังราชพัสดุ” ที่เก็บสิ่งของมีค่า เครื่องใช้ในราชสำนัก และ “คลังสินค้า” ที่รวบรวมสินค้าต่างๆ ที่ราชสำนักขายให้แก่พ่อค้าต่างประเทศ ตามระบบการค้าแบบผูกขาดในสมัยนั้น
  • ๓. ตึกเลี้ยงรับรองแขกเมือง ตั้งอยู่ในพระราชอุทยาน ทางด้านทิศใต้ของตึกสิบสองท้องพระคลัง เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชั้นเดียว ซุ้มประตู หน้าต่าง ช่องลม และช่องแสง เป็นโค้งแหลมปลายตวัดแบบเปอร์เซีย-โมกุล เพดานภายในสูงมาก ตกแต่งผนังด้วยผ้าจากฝรั่งเศส พื้นปูด้วยพรมจากเปอร์เซีย มีคูน้ำรูปเกือกม้า(รูปตัวยู)ล้อมรอบ ภายในคูน้ำมีน้ำพุสายเล็กๆ เรียงรายราว ๒๐ จุด
    ด้านหน้าตึกมีรากฐานสิ่งก่อสร้างด้วยอิฐ มีกำแพงอิฐเตี้ยๆและมีประตูทางเข้า สันนิษฐานว่าเป็นโรงมหรสพ สำหรับจัดการแสดงเมื่อมีการเลี้ยงรับรองแขกเมือง
  • ๔. ถังเก็บน้ำและระบบประปา ตั้งอยู่ด้านทิศเหนือของตึกสิบสองท้องพระคลัง ลักษณะเป็นถังเก็บน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดสูงใหญ่ ผนังก่ออิฐฉาบปูนหนากว่า ๒ เมตร พื้นฉาบด้วยปูนขาวหนา ๕ นิ้ว เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม ต่อท่อประปาดินเผา สำหรับรับน้ำเข้าและจ่ายน้ำออกไปใช้ในเขตพระราชวัง

ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, พื้นหญ้า, ต้นพืช, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

 

  • เหตุด้วยเมืองลพบุรีตั้งอยู่ในที่ดอน พื้นที่ลาดเอียงจากเชิงเขาด้านทิศตะวันออกลงสู่แม่น้ำลพบุรีด้านทิศตะวันตก ในฤดูแล้งกันดารน้ำมาก สมเด็จพระนารายณ์ทรงให้บาทหลวงชาวอิตาลีและฝรั่งเศสที่เชี่ยวชาญเรื่องระบบการระบายน้ำ สำรวจและจัดทำระบบประปาเพื่อใช้ในพระราชวังและในเขตเมืองลพบุรี จากการสำรวจพบว่าน้ำที่จะใช้มี ๒ แหล่งคือ ทะเลชุบศร และห้วยซับเหล็ก สำหรับน้ำที่ทะเลชุบศรไม่ค่อยบริสุทธิ์ มีมากเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูน้ำหลาก รวมถึงน้ำไหลไม่แรง เนื่องจากระดับน้ำของทะเลชุบศรสูงกว่าตัวเมืองลพบุรีเพียงเล็กน้อย จึงต้องต่อน้ำจากห้วยซับเหล็ก เพราะมีระดับน้ำสูงกว่าลพบุรีมาก น้ำไหลแรงดี อีกทั้งเป็นน้ำที่ไหลลงมาจากซอกเขา มีความบริสุทธิ์เทียบเท่าน้ำใน “ทะเลสาบบรงบุลเยต์ ที่ส่งให้พระราชวังแวร์ซายในฝรั่งเศส”

 

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, พื้นหญ้า, เมฆ, สถานที่กลางแจ้ง, ธรรมชาติ และ ข้อความ

 

 

  • การส่งน้ำจากห้วยซับเหล็กเข้าสู่ตัวเมืองนั้น ใช้ขุดเป็นคลองส่งน้ำ แล้วใช้ท่อประปาดินเผาฝังใต้ดินส่งน้ำเข้าสู่ตัวเมืองอีกต่อหนึ่ง
    ท่อประปาดินเผา ทำจากแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย เมืองสิงห์บุรี มีความหนาและแข็งแกร่งมาก การฝังท่อใต้ดินนั้นจะเทหุ้มด้วยปูนผสมหิน(คอนกรีต) แล้วใช้เศษท่อแตกวางทับด้านบน วางทับด้วยหินก้อนใหญ่อีกที เพื่อป้องกันมิให้ท่อแตก แล้วจึงกลบดินฝัง
  • ๕. โรงช้าง โรงม้า ตั้งเรียงรายเป็นแถวริมกำแพงพระราชฐานเขตชั้นนอกด้านในสุด แต่เดิมสร้างเป็นโรงไม้หลังคาจั่ว ต่อมาก่ออิฐถือปูนทำผนังหุ้มเสาไม้เดิม ผนังเจาะช่องโค้งแหลม ปรากฎประมาณ ๑๐ โรง ช้างที่ยืนโรงในพระราชวัง เป็นช้างหลวงหรือช้างสำคัญ ที่เป็นพาหนะของสมเด็จพระนารายณ์ผ่านกำแพงชั้นนอก….สู่พระมหาปราสาทราชมณเฑียรแห่งมหาราช

 

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังยืน และ สถานที่กลางแจ้ง

 

 

ในภาพอาจจะมี Bhanwarot Bhuddhabhakul, กำลังยิ้ม, กำลังยืน  à¹ƒà¸™à¸ à¸²à¸žà¸­à¸²à¸ˆà¸ˆà¸°à¸¡à¸µ Bhanwarot Bhuddhabhakul, กำลังยิ้ม, กำลังยืน และ สถานที่กลางแจ้ง

 

 

 

  • ขอบคุณเครดิตข้อมูล
  • ที่มา….โคลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระนารายณ์
    พระราชวัง ๓ แคว้น
    เล่าเรื่องเมืองลพบุรี
    วิกิพีเดีย
    รายการเปิดตำนานกับเผ่าทอง

 

 

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง

 

 

 

สนใจไปชม

  • ค่าเข้าชม
  • ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท
  • นักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบ, ผู้สูงอายุ, ภิกษุสามเณรและนักบวชในศาสนาต่างๆ ไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าชม
  • มีชุดไทยให้ยืมใส่ ฟรี!

 

การเดินทาง

1.โดยรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปตามถนนพหลโยธิน เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดสระบุรี อำเภอพระพุทธบาท เข้าสู่ จังหวัดลพบุรี ระยะทางประมาณ 153 กิโลเมตร

2.โดยรถประจำทาง มีรถโดยสารธรรมดาและปรับอากาศ สายกรุงเทพฯ-ลพบุรี ออกจากสถานีขนส่งจตุจักร(หมอชิต 2) ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

3.โดยรถไฟ มีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) ไปยังจังหวัดลพบุรี ทุกวัน

4.รถตู้ มีรถตู้สายกรุงเทพฯ-ลพบุรี ออกจากกรุงเทพฯ ทุกวัน มี 2 คิว คือ
– อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้าโรงพยาบาลราชวิถี ปลายทางหน้าสถานีรถไฟลพบุรี

– อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บริเวณใต้ทางด่วน ปลายทางพระปรางค์สามยอด

  • รับจองล่วงหน้า
  • กรณีเข้าชมเป็นหมู่คณะจะต้องทำหนังสือก่อนขอเข้าเยี่ยมชม
  • ข้อมูลสำหรับผู้พิการ
  • มีบริการรถเข็นสำหรับผู้สูงอายุ, ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ณ จุดจำหน่ายบัตรด้านหน้า
  • ที่จอดรถ มีลานจอดรถในพื้นที่พระราชวัง
Facebook Comments



ใส่ความเห็น

Shares