Search
วันพฤหัส 29 ตุลาคม 2020
  • :
  • :

เปิดภาพประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ในนิทรรศการ จักรพงษ์นิทรรศน์ Paruskavan Palace Museum

 

 

เปิดภาพประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ เล่าเรื่องราวสยามประเทศ…. จักรพงษ์นิทรรศน์ นิทรรศการแสดงพระประวัติและผลงาน ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถกรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ

เริ่มจัดแสดงวันที่ 23 กรกฎาคม ถึง วันที่ 30 กันยายน 2560 เวลา 10:00-18:00  (หยุดทุกวันจันทร์และวันอังคาร) ณ ตำหนักจิตรลดา พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน เข้าชมฟรี…..

นับว่าเป็นครั้งแรกกับการจัดแสดงลายพระราชหัตถเลขาและลายพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ จักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลก ประชานาถ

 

 

 

 

Paruskavan Palace Museum

Paruskavan Palace is one of important historic site in Bangkok, which serves as the residence of Chakrabongse Bhuvanadh,

Prince of Phitsanulok, the next succession to the throne. After Siam Revolution in 1932, Paruskavan Palace became the Prime Minister’s office and the residence for many important figures.

Subsequently, Field Marshal Plaek Pibulsongkram, who served as Prime Minister at that time, consented to transfer Paruskavan Palace and its compound to the Department of Central Intelligence was upgraded to National Intelligence Agency

 

 

 

 

 

ภายในนิทรรศการยังจัดแสดงภาพร้อยปีสยามกับสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งแสดงภาพเหตุการณ์สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของสยามในการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่มีการส่งกองกำลัง ทหารอาสาไปร่วมสู้รบ พร้อมกันนี้ยังมีหนังสือที่เล่าเรื่องราวการร่วมข้อมูลสงครามโลกครั้งที่ 1 ของสยามและประโยชน์ที่สยามได้รับจากการชนะสงครามทั้งที่เป็นเรื่องภายในประเทศและระดับโลก โดยในปีนี้นับเป็นเวลาครบรอบหนึ่งร้อยปีที่สยามเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 (ครบรอบในวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 )ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตัดสินพระทัยประกาศสงครามกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี 
To mark the 60 th anniversary of National Intelligence Agency in remembrance of the glory of Paruskavan Palace, National Intelligence Agency (NIA) has carried out the Palace Museum Project to exhibit the long interesting history of the Palace and also to expose the vision and mission of NIA to the public. The renovation and maintenance include ancient architecture renovation and cultural relic’s protection that aim to help Paruskavan Palace to relive past glory.
จอมพล สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ทรงเป็นต้นราชสกุล “จักรพงษ์” เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 40 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์ที่ 4 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง และทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ มีชื่อเล่นเรียกกันระหว่างญาติพี่น้องว่า เล็ก เจ้าฟ้าจักรพงษ์และหม่อมคัทริน พระชายา ชาวรัสเซีย 
 The Palace Museum tells the story of Prince Chakrabongse Bhuvanadh and how Department of Central Intelligence has developed throughout the 6 decades. The Museum is divided into 6 rooms, and uses both documentary and interactive techniques that encourage visitors to investigate and discover the story themselves.

 

 

 

เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระองค์ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนนายร้อยมหาดเล็กตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย หลังจากสำเร็จการศึกษา ทรงรับราชการทหารเป็นเสนาธิการทหารบก โดยทรงริเริ่มจัดตั้งโรงเรียนเสนาธิการ ทรงเป็นผู้วางรากฐานการบินในเมืองไทย จนได้รับพระสมัญญานามว่า “พระบิดาแห่งกองทัพอากาศไทย

 

 

 

 

 

ตำหนักจิตรลดา เป็นอาคารแบบอิตาเลียนวิลล่า สูง ๒ ชั้น ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบสติลลิเบอร์ตี้ (Stile Liberty) ของอิตาเลียน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมสูงสุดทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับ สถาปัตยกรรมแบบอาร์ตนูโว ของฝรั่งเศส

 

 

นายมาริโอ ตามาญโญ นายช่างเอกแห่งกรมโยธาธิการ เป็นผู้ออกแบบในระหว่างพุทธศักราช ๒๔๔๖-๒๔๔๘ ก่อสร้างแล้วเสร็จในพุทธศักราช ๒๔๔๙ สถาปนิกออกแบบให้ผังตำหนักจิตรลดาเป็นรูปตัว U แบบไม่สมมาตร โดยวางตำแหน่งมุขทางเข้าค่อนมาทางทิศเหนือ เพื่อสร้างความน่าสนใจ โดยออกแบบให้เป็นมุขโปร่ง เพื่ออวดโครงสร้างคานและเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก อันเป็นวัสดุนำสมัยในขณะนั้

 

 

ตำหนักจิตรลดา ถือเป็นตัวแทนของอาคารยุคศิลปะ สติลลิเบอร์ตี้ หรือ อาร์ตนูโว อันเป็นศิลปะสมัยใหม่ที่กำลังนิยมในยุโรปช่วงต้นศริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ ที่ส่งอิทธิพลมาสู่สยามประเทศ แสดงถึงการปรับใช้ภาษาสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ตลอดจนโครงสร้างและวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ โดยออกแบบให้ประสานสอดคล้องกับสภาพอากาศ ตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้านายสยาม ในช่วงปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

นิทรรศการทั้งสองจะพาผู้ชมเรียนรู้เรื่องราวสภาพเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมที่ผ่านมากว่า ศตวรรษ นอกจากนี้ทางสำนักพิมพ์ริเวอร์บุ๊คส์ยังมีการเปิดตัวหนังสือ “ถึงลูกชายเล็ก” โดยหม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์ที่รวบรวมเรื่องราวพระประวัติของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ในช่วงที่ทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศรัสเซีย โดยศึกษาค้นคว้าผ่านพระราชหัตถเลขาและลายพระหัตถ์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโต้ตอบกับสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ และหนังสือ “สยามกับสงครามโลกครั้งที่ 1” โดยคุณสเตฟาน เฮลล์ ที่เล่าเรื่องราวการมีส่วนร่วมของสยามกับสงครามโลกครั้งที่ 1ได้อย่างมีสีสัน

 

Life of the Prince: the exhibition display Prince Chakrabongse’s.

 

– Prince Chakrabongse’s Biography: a brief story of the Prince’s life from his birth till the appointment as
Prince of Phitsanulok.

 

– Education: King Rama V permitted his son, Prince Chakrabongse to pursue further education at
a Corps des Pages in Russia. Prince Chakrabongse spent only 4 years on this program and scored the
highest on his last year final exam.

 

– Prince Chakrabongse’s Personal Life: after completing the Joint Staff course, Prince Chakrabongse married to
a Russian Lady named Ekaterina or Katya Desnitskay and came back to Thailand. Upon his return, he was
given Paruskavan Palace as his residence.

 

– Paruskavan Palace: the building was constructed with bricks and mortar in classical architecture style.
The palace with typically Italian style villa could maintain its palatial architecture and stand beautifully
just like when it was first built even though decades have passed since then.

 

– Khao Krajome, Khao Moh and a High fountain: The palace areas are filled with beautiful gardens, decorating
in Western style with a combination of eastern materials. The garden’s landscape was once a small hill,
contained a pavilion and an open cave that decorated with a European lion head sculpture, which is believed
to be the protector of the palace.

 

 

 

รัชกาลที่ ๕ ทรงส่งนายพุ่มไปเรียนโรงเรียนนายร้อยรัสเซียพร้อมกับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถก็เพื่อให้พระองค์ท่านเกิดขัติยะมานะในการศึกษาเล่าเรียนว่า พระองค์จะเรียนแพ้สามัญชนไม่ได้ … จึงทำให้พระองค์ท่านตั้งพระทัยเล่าเรียนจนได้ที่หนึ่งของโรงเรียนนายร้อยรัสเซีย … โดยมีนายพุ่มตามมาติดๆโดยสอบได้เป็นที่ ๒รัสเซียสมัยนั้นเป็นชาติมหาอำนาจในยุโรปที่ชาติต่างๆต้องเกรงใจ

 

 

 

 

 

ท่านทรงเป็นผู้บุกเบิก การฑูตยุคแรกๆ ระหว่าง ไทย-รัสเซีย

 

 

 

 

 

พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ได้ทรงนิพนธ์เกี่ยวกับพระตำหนักจิตรลดา ว่า “ทางอีกด้านหนึ่งของตัววัง ที่อยู่ตรงมุมใกล้กับลานพระบรมรูปทรงม้า มีตำหนักอีกหลังหนึ่งคือ จิตรลดาของทูลหม่อมลุง (หมายถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) พ่อเรียกตำหนักนี้ว่า เรือนรับแขก ทั้งนี้เพราะสำหรับพ่อ นั้น ท่านไม่นึกถึงวังปารุสก์ว่าเป็น “วัง” สำหรับท่าน เป็น “บ้าน” ของท่าน คำว่าตำหนักไม่มีในพระทัยท่าน ท่านว่ามีเรือนที่เราอยู่และเรือนรับแขกอีกหลังหนึ่ง เมื่อทูลหม่อมลุงทรงย้ายไปจากตำหนักนั้นแล้ว ต่อมาได้จัดการตกแต่งใหม่หมดอย่างสวยงาม” พระตำหนักจิตรลดาเป็นพระตำหนัก 2 ชั้น ก่ออิฐฉาบปูนปั้นประดับอย่างวิจิตร กันสาดหน้าต่างเป็นรูปโค้งลวดลายแบบเดียวกับพระที่นั้งอัมพรสถาน ชั้นล่างประกอบด้วยห้องต่างๆ ที่สำคัญคือห้องโถงใหญ่ซึ่งคงใช้เป็นท้องพระโรงในสมัยก่อน มีการตกแต่งฝาประดับด้วยไม้จำหลักลายงดงาม ส่วนชั้นบนปีกด้านใต้เป็นห้องชุดประกอบด้วยห้องบรรทม ห้องทรงพระอักษร หรือห้องรับรองแขกส่วนพระองค์ ห้องแต่งพระองค์ และห้องสรง ห้องชุดดังกล่าวมีการตกแต่งลวดลายบัวที่ฝา ฝ้าเพดานบานประตูและกรอบประตูอย่างงดงาม ส่วนห้องอื่นๆ มีการตกแต่งน้อยกว่าห้องชุดดังกล่าว

 

 

 

 

 

การเสด็จทิวงคตของจอมพลสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ได้นำความโศกเศร้าอาลัยต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและข้าราชการฝ่ายทหารอย่างสุดซึ้ง ดังปรากฏข้อความในคำนำหนังสือที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์แจกในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ มีความตอนหนึ่งว่า

 

….นอกจากเธอเป็นน้องที่ข้าพเจ้ารักมากที่สุด เธอยังได้เป็นที่ปรึกษาและผู้ช่วยราชการอย่างดีที่สุดหาผู้ใดเสมอเหมือนมิได้ โดยเหตุที่ข้าพเจ้าเป็นผู้มีอายุมากกว่าเธอ ข้าพเจ้าจึงได้เคยหวังอยู่ว่าจะได้อาศัยกำลังของเธอต่อไปจนตลอดชีวิตของข้าพเจ้า ฉะนั้นเมื่อเธอได้มาสิ้นชีวิตลงโดยด่วนในเมื่อมีอายุยังน้อย ข้าพเจ้าจะมีความเศร้าโศกอาลัยปานใด ขอท่านผู้ที่ได้เคยเสียพี่น้องและศุภมิตรผู้สนิทชิดใจจงตรองเองเถิด ข้าพเจ้ากล่าวโดยย่อ ๆ แต่เพียงว่าข้าพเจ้ารู้สึกตรงกับความที่สมเด็จกรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส ได้ทรงไว้ใน เตลงพ่ายว่า “ถนัดดั่งพาหาเหี้ยน หั่นให้ไกลองค์”

 

 

 

เมื่อจอมพลสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถเสด็จทิวงคต สิริพระชนมายุได้ 37 พรรษา 3 เดือน 10 วัน พระองค์ได้รับการสถาปนาพระอิศริยยศเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช พระราชทานเศวตฉัตร 5 ชั้น ประดับเหนือพระโกศ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้เสด็จมาพระราชทานเพลิงพระศพพระอนุชาฯ ณ พระเมรุท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2463 พระอังคารของพระองค์ได้บรรจุไว้ที่อนุสรณ์สถานเสาวภาประดิษฐาน ณ สุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามตราบเท่าทุกวันนี้

 

 

 

 

 

“วังปารุสกวัน” หรือย่อว่า “วังปารุสก์” ตั้งอยู่หัวมุมถนนพิษณุโลก ตัดกับถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เป็นวังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นวังที่ประทับของจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระราชโอรสในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสที่ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการทหาร จากประเทศรัสเซีย เมื่อ พ.ศ. 2449
ปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์กรมตำรวจ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล

 

 

 

 

Facebook Comments



ใส่ความเห็น

Shares