Search
วันจันทร์ 17 มิถุนายน 2019
  • :
  • :

เที่ยวไต้หวัน… กี่วันก็สนุก

เที่ยวไต้หวัน ……..ไปกี่วันก็สนุก

นี่เป็นการเที่ยวไต้หวัน ครั้งแรกของเราค่ะ ตื่นเต้น สนุก และขนความประทับใจกลับมาเต็มกระเป๋าเลยละ ไปเที่ยวครั้งนี้ เป็นอารมณ์ที่จับผลัดจับผลูมากๆ ระหว่างกำลังทำใจกับทริปสิงคโปร์ เพราะเพื่อนจะแต่งงาน อยู่ๆดันเลื่อนวันแต่งไปกลางปีซะนี่ ไหนๆลอคคิวเอาไว้แล้วว่านี่คือช่วงเวลาที่จะได้ไปเที่ยว ครั้นจะไปสิงคโปร์ก่อนทั้งที่ต้องไปวันแต่งงานช่วงกลางปี เราเลยเปลี่ยนใจ คิดว่าไปที่อื่นดีกว่า โจทย์คือ คิดว่าหาประเทศที่ไปง่ายๆ ไม่แพง แล้วก็ขอไม่ลำบาก มีเมนูอร่อยๆกิน ก็พอ หวยก็เลยมาออกที่ #ไต้หวัน นี่แหละ

ตัดสินใจง่ายๆตามนั้น (ส่วนนึงเพราะหน้าฟีตเฟสบุค เห็นบล็อกเกอร์ไปเที่ยวกันเยอะมากๆ) เราก็เริ่มหาโปรไฟไหม้ ทัวร์ไต้หวัน ที่ราคาไม่แรงมาก รายละเอียดเท่าที่ดูคือ มันก็ไปเที่ยวหลายๆที่ ทีแรกก็คิดนะว่านี่มันจะทัวร์ชะโงกไหม แต่พอมาอ่านเวลาของทริปจริงๆ เราว่า มันก็ไม่ได้กระชั้นมาก แล้วก็ยังแฮปปี้กับราคาที่ไม่ถึงหมื่น ก็เลยตกลงใจไปกับ we r world tour 4 วัน 2 คืน ในราคา 9555-. รายละเอียดที่เที่ยว มีสถานที่ดังๆทั่วๆไป ได้เดินตลาดถึง 3 ตลาด แบบนี้เข้าทางมาก เพราะเราเน้นอยากกินอาหาร Local อร่อยๆ คร่าวๆก็ประมาณนี้

☛ สถานีรถไฟสายประวัติศาสตร์ผิงซี-อุทยานเหย๋หลิ่ว-หมู่บ้านจิ่วเฟิ่น-ตึกไทเป 101

อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค – วัดหลงซานซื่อ

ช้อปปิ้งตลาดตลาดซื่อหลิน และ ซีเหมินติงไนท์มาร์เก็ต

เรามาถึงที่สนามบินราวๆเที่ยงคืน ไปนอนเล่น นั่งเล่นราวๆ 3 ชม. เครื่องออกตอน 03.30 น. เครื่องนั่งสบาย ค่อนข้างกว้าง และลำใหญ่ แต่เป็นเที่ยวบินที่มีเด็กเล็ก แถมนั่งอยู่ข้างหลังเรา เด็กน้อยร้องเป็นระยะๆเลยทำให้เราหลับๆตื่นๆ แต่ไอ้การที่หลับๆตื่นๆเป็นระยะนี่แหละ เราเลยได้เห็นท้องฟ้าสีสวยๆ หลากหลายเฉด ชอบมากๆเลย

เข้าเขตไต้หวันปั๊บ พายุฝนก็มาต้อนรับเราเลย สมคำร่ำลือจริงๆ และที่เห็นในรูปนั่น คือภาพแผ่นดินไต้หวันมุมแรกที่เราได้เห็นในชีวิต (เห่อเนอะ 555) เนื่องจากว่ามาถึงเช้ามา การเดินเข้าไปใน ต.ม. จึงสบายหน่อย เพราะคนน้อย มีราวๆ 20-30 คน ไม่ต้องต่อคิวนาน แล้ว ต.ม. ที่นี่ก็เข้าง่ายเวอร์ ไม่มีใครถามอะไรสักคำ หรือจะเป็นเพราะยังง่วงๆอยู่ก็เป็นได้ ผ่านจุด ต.ม. มาแล้ว เราก็ออกมาเจอกับคุณไกด์ท้องถิ่น ที่รอรับเราอยู่ รวมตัวกันแล้ว ก็ขึ้นรถทัวร์ ไปลุยกันเลย

ทำการบ้านก่อนเที่ยว : เท่าที่หาข้อมูลในกูเกิ้ล และยูทูป ในแบบคร่าวๆ พอจะรู้ว่า ประเทศไต้หวันเป็นประเทศที่มีอากาศแบบร้อนชื่น ฝนตกตลอดแทบทุกวัน มีลักษณะเป็นเกาะ ด้านนึงไปญี่ปุ่น ด้านนึงไปฮาวาย (แต่ใครจะข้ามไปก็คงนานหน่อยอะนะ) ไต้หวันเป็นอีกประเทศหนึ่งในโลกที่ต้องพบกับปัญหาภัยธรรมชาติ ทั้งพายุ ทั้งฝน และแผ่นดินไหว ในคืนแรกที่เราก็แผ่นดินไหวค่ะ แต่เพียงแค่ 3.4 ริคเตอร์ ในช่วงเวลา ตี 2 เราก็ไม่ได้รู้ตัวกันหรอก นอนกรนกันหมดแล้ว ส่วนนึงเป็นเพราะกฏหมายการสร้างอาคารที่บ้านเค้าค่อนข้างเข้มงวดมาก เลยไม่ค่อยพบว่ามีความเสียหายจากแผ่นดินไหวสักเท่าไหร่

ภาพแรกๆที่เราเห็นจากประเทศนี้ คือถนนหนทาง คล้ายแถวเลียบด่วน รามอินทรา จตุรทิศ ในบ้านเรามากๆ แต่ทว่า ทุกๆใต้ทางด่วน เค้าจะจัดการบริหารพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้ // ทำพื้นที่เกษตร // สนามเด็กเล่น // สวนสาธารณะ ซึ่งพอมานึกถึงบ้านเราแล้วเนี่ย ( ขอกลอกตาบนใส่) บ้านเราใช้พื้นที่ไม่คุ้มค่าเลย บนรถเค้าเสิร์ฟชานมไต้หวันอุ่นๆด้วย หอมดี คล่องคอ และไม่หวานเลย อร่อยดี

สถานที่แรกที่เราจะได้เที่ยวกันในวันนี้คือ อุทยานแห่งชาติเหย๋หลิ่ว   คุณไกด์เล่าว่าอุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ทางส่วนเหนือสุดของเกาะไต้หวัน มีลักษณะพื้นที่เป็นแหลมยื่นไปในทะเล การเซาะกร่อนของน้ำทะเลและลมทะเล ทำให้เกิดโขดหินงอกเป็นรูปร่างลักษณะต่าง ๆ น่าตื่นตาทีเดียว โดยเฉพาะหินรูปพระเศียรราชินี ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

สถานที่เที่ยวแรกของทริปนี้ ทัวร์พาเรามาที่ อุทยานแห่งชาติเหย๋หลิ่วค่ะ
บรรดาหินทั้งหลายที่เราเห็นหลากรูปร่างนั้น เกิดจากผลกระทบของการกัดเซาะของทะเลบนชั้นหินที่ไม่ได้แข็งแรงนัก จนกลายเป็นแหลมทะเลในที่สุด

ในสมัยก่อนเหย๋หลิ่ว เคยเป็นช่องทางสำคัญของเส้นทางการค้าระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และท่าเรือ Keelung แหล่งน้ำรอบๆ บริเวณนั้นรุนแรง และเป็นอันตรายมากมักทำให้เกิดเรืออัปปางร้ายแรงอยู่บ่อยครั้ง ( ตอนที่เราไป ขนาดแค่พายุลมกระโชก มีฝนปรอยๆ เรายังคิดว่ามันซีนามิเราเปล่าเนี่ย คือซัดแรงมาก กางร่มไปนี่คือแบบร่มพลิกด้านเลยอ่ะ )

หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น

ในสมัยก่อนเคยเป็นเมืองที่มีความรุ่งเรืองมาก เพราะเป็นเหมืองแร่ทองคำมากก่อน จึงทำให้มีคนเข้ามาขุดทองขุดแร่ธาตุกันมากมายจนในที่สุดจำนวนแร่ธาตุต่างๆก็ลดลง คนก็เลยย้ายออกไป  เหลือทิ้งไว้แต่ความเป็นอยู่แบบดั่งเดิมให้ได้เห็น โดยบรรยาศที่นี่จะเป็นบ้านเรือนแบบเก่าๆ มีโรงน้ำชาแบบโบราณ เต็มไปด้วยร้านค้าสองข้างทาง ต่อมาได้มีภาพยนตร์ Animation เรื่องดังจากค่าย Studio Ghibli เรื่อง Spirited Away มาถ่ายทำที่นี้จึงทำให้หมู่บ้านโบราณแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดัง

ก่อนหน้าที่จะเข้ามาถึงจิ่วเฟิ่น ทางทัวร์พาเราแวะทานอาหารท้องถิ่นจากภัตราคารเล็กๆที่อยู่ใกล้กับอุทยานเหย๋หลิว ด้วยความสดจากวัตถุดิบ ไม่ต้องปรุงเยอะ ก็อร่อย อาหารมื้อนี้ส่วนใหญ่จะเป็นทอดกับผัด แต่ทางร้านก็น่ารักมาก เตรียมน้ำจิ้มซีฟู้ดเอาไว้ให้เราด้วย รสชาติดีพอๆกับบ้านเราเลย

จากที่ได้เดินตลาดเก่าหมู่บ้านจิ่วเฟิ่น เราซื้อขนมมาชิมเยอะทีเดียว เราได้ลองบัวลอยของหวานตัวทอปที่กินกับถั่วแดงต้ม มันฟินสุดๆเลยนะ เพราะตอนที่เราไปจิ่วเฟิ่นนี่คือฝนตัว หนาว ลมพัดแทบปลิว พอได้ขนมหวานๆ กินอุ่นๆ มันก็ชื่นใจ ลองซื้อชูครีมเจ้าดังในตลาดมาลองชิม เราว่าไม่อร่อย แป้งฝืดไปนิด ครีมหวานแต่ไม่นิ่มนวล ชิ้นใหญ่จริง ต่รู้สึกเสียดายตังค์ ระหว่างเดินดูของกิน กลิ่นเต้าหู้เหม็นคือโชยชวนอ้วกมาก เหมือนเดินริมคลองน้ำเน่าบ้านเราแหละ แล้วมันคลุ้งอบอยู่ในบรรยากาศชื้นๆ จุดนี้คือไม่ไหวจริงๆ แม้คนจะรอคิวเยอะขนาดไหน แต่สำหรับเรา ขอผ่านจ๊ะ รู้ทต่อไปนี่สิยิ่งน่าสนใจ สำหรับใครที่ชอบสายอาร์ต งานศิลปะ สตรีทอาร์ท เราแนะนำว่า มาเถอะ มีมุมเก๋ๆให้ถ่ายรูปเยอะเลย และที่นี่ก็คือ จุดท่องเที่ยวยอดฮิตเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ผิงซี (อยู่ระหว่างสถานีสือเฟิ่นและสถานีต้าหัว ชื่อ “สือเฟิ่น” )

เส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ผิงซีแห่งนี้ มีกิจกรรมสนุกๆ สำหรับนักท่องเที่ยวด้วยนะ ที่นี่เค้ามีการปล่อยโคมลอยจากสถานีซือเฟิ่น มันก็เหมือนกับยี่เป็งบ้านเรานั่นแหละ แต่ที่นี่ทำได้ทุกวัน และใกล้ๆกันเราสามารถเดินเล่นที่ถนนสายเก่า ซึ่งเป็นถนนเลียบทางรถไฟ ตรงนี้จะมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ตลอดสองฝั่ง และจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งคือ  สะพานแขวน Jing-an เป็นสะพานที่ยาวที่สุดของเมืองผิงซี ถ้ายืนอยู่บนสะพานจะสามารถสองเห็นถนนสายเก่าผิงซีและแม่น้ำจีหลงได้อย่างชัดเจน บรรยากาศแถวนี้สวยโคตรๆ ควรมาใช้เวลาเดินเล่นกันนานๆเลยนะ จากตรงนี้ ทางทัวร์จะพาเราไปซื้อขนม ของฝากกัน เราหิ้วมานิดหน่อย พอมาแกะกินหลายๆกล่องก็อร่อยนะ มันดีตรงที่ทางร้านเค้ามีให้ชิมทุกแบบทุกรสก่อนตัดสินซื้อด้วยหละ แม้ว่าเราคาจะสูงสักหน่อย แต่เมื่อเทียบกับว่า นี่เป็นขนมท้องถิ่น มันก็คุ้มนะ

ซื้อขนมติดไม้ติดมือมาแล้ว จุดต่อไปคือเป็นอะไรที่รอคอยมาก นั่นคือการได้ไปเดินชอปปิ้งที่ ตลาดซื่อหลิน ตลาดยามค่ำคืนที่ใหญ่ที่สุดในไทเป

อร่อยจุใจในตลาดซื่อหลิน + Unseen

ตลาดกลางคืนซื่อหลิน(Shilin Night Market, 士林夜市) เป็นหนึ่งในตลาดไนท์มาร์เก็ตที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองไทเป โดยจะแบ่งออกเป็น 2 โซนหลักๆคือ โซนตลาดในอาคารเก่า ซึ่งมักจะเป็นร้านอาหาร และขนมมีทั้งแบบแผงลอยและที่เป็นร้านเล็กๆหลายร้อยร้านค้า เดินเล่นสนุกมากๆ เดินตรงเข้ามาเรื่อยๆ จะเจอร้านเล่นเกมส์ปาลูกโป่งเหมือนงานวัดเราเลย

การเดินเล่นที่นี่ สิ่งที่ควรเตรียมตัวคือ เตรียมกินให้หนัก และถุงผ้าหลายๆขนาดเอาไว้ช้อปปิ้งให้กระหน่ำหนำใจ รองเท้าร้าน ABC ก็ถูกมากๆๆๆๆๆเวอร์ ทั้งหมดนี้ เป็นการตะลุยเต็มวันที่เพลินมากๆ จบทริปสำหรับวันที่สอง กินตลอดทาง สนุกตลอดวัน เราว่า เราโชคดีมากอ่ะ ที่ไกด์ กับหัวหน้าทัวร์เข้าใจ ว่าลูกทัวร์คือชอบถ่ายรูป เลยปล่อยให้เราค่อยๆเที่ยว มีเวลาสำหรับแต่ละที่กำลังดี ไม่เบียด ไม่ชะโงก วันที่สาม ดูแพลนแล้ว ก็น่าจะสนุก เป็นมุมแบบคนเมือง เดี๋ยวจะเอามาเล่าค่ะ ว่าชีวิตดีๆ แบบชาวไทเป มีอะไรเก๋ๆบ้าง สำหรับแต่ละรู้ที่เล่ามา เราจะทำรีวิวเต็มๆเฉพาะแต่ละที่อีกที เผื่อว่ามีคนสนใจอยากอ่านเก็บข้อมูลเจาะลึกก่อนเที่ยวไต้หวัน ขอบคุณที่ติดตาม @reviewsiam นะคะ

Facebook Comments



ใส่ความเห็น

Shares