Search
วันอาทิตย์ 23 กันยายน 2018
  • :
  • :

Thai Tasty : อาหารไทยรสเลิศ

เสน่ห์ของอาหารไทย มิใช่แค่รสชาติอาหารที่กลมกล่อม

แต่อรรถรสยังสื่อได้ถึงความตั้งใจของผู้ที่ทำอาหาร ที่สรรค์สร้างให้เกิดความรู้สึกดีๆต่อกัน

ส่งผลต่อสุขภาพใจที่ดีทั้งของผู้ทำและผู้รับประทาน ซึ่งในสมัยก่อน

กว่าจะได้เป็นเมนูคาว หวาน สักสำรับ เหล่าแม่ครัวต้องล้อมวงช่วยกันเกิดความสามัคคี

และทีมเวิร์ค ตั้งแต่ เก็บพริก โขลกเครื่องแกง ขูดมะพร้าว ตำน้ำพริก แต่สิ่งนี้เอง

ที่สะท้อนให้เห็น ความเป็นไทย รสชาติที่ถึงเครื่องจัดจ้าน

01

อาหารไทยมีคุณลักษณะที่โดดเด่นตามวัฒนธรรม สภาพความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น

และวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบไทย ที่แสดงออกถึงภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรม

การคำนึงถึงคุณค่าทางอาหารและโภชนาการ คุณค่าทางยาและสมุนไพร และรสชาติแห่งความอร่อย

เป็นส่วนสำคัญที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของไทย — ใน ประเทศไทย

 

02

หลนปูเค็ม : การหลน หมายถึง การทำอาหารให้สุกด้วยการใช้กะทิข้นๆ มี 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวาน

ลักษณะน้ำน้อย ข้น รับประทานกับผักสด เพราะเป็นอาหารประเภทเครื่องจิ้ม

เช่น หลนเต้าเจี้ยว หลนปลาร้า หลนเต้าหู้ยี้ ฯลฯ


“หลนปูเค็ม”อาหารที่เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดีรสชาติหวานๆเค็มๆมันๆ

วิธีทำก็ไม่วุ่นวาย ตั้งน้ำกะทิ พอเริ่มเดือดให้ใส่หอมแดงซอยลงไป คนให้เข้ากันเมื่อได้ที่แล้

ใส่เนื้อหมูสับละเอียดลงไปคั่วจนหมูสุกได้ที่ ค่อยๆเติมหางกะทิลงไป

พร้อมปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล เกลือ และน้ำมะขามเปียก(ไม่ใส่มะนาวเพราะจะเปรี้ยวแหลมไม่ละมุน)

จากนั้น เคี่ยวจนเดือดใส่ปูเค็มลงไปต้มพอสุกแล้วตักขึ้นใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้า

ใบมะกรูดผักชีฉีกอย่าลืมกินคู่กับผักสดตามใจชอบ คลุกข้าสวยร้อนๆ เกลี้ยงจานแน่ๆ 

 

03

ข้าวเหนียวมูลกับมะม่วงสุก :: Mango with Sticky Rice

: เมนูนี้มักจะได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษในฤดูร้อน เพราะเป็นช่วงที่มะม่วงสุกได้ที่ตามฤดูกาล

ข้าวเหนียวมูล ทำจากข้าวเหนียว (เช่น ข้าวเหนียวเขี้ยวงู) นำมามูนกับหัวกะทิ เกลือป่น

และน้ำตาลทรายขาว แล้วกินกับเนื้อมะม่วงสุก ที่นิยมคือ มะม่วงอกร่อง และมะม่วงน้ำดอกไม้

อาจราดกะทิ และโรยถั่วทอง หากจะเพิ่มความสดชื่น จะตักไอศครีมกะทิแกล้มด้วยก็เพิ่มความอร่อยไปอีก

 

04

ต้มไก่บ้านพวงไข่อ่อน : อาหารพื้นบ้าน ที่ทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน แซ่บ สะใจ ซดได้ยกชาม

ทำง่ายๆ นำหม้อตั้งไฟ รอให้น้ำเดือดจัดๆ แล้วใส่เครื่องปรุงต้มยำ ลงไป ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด

พริก หอมแดง เติมเกลือ เล็กน้อย จากนั้นรอให้น้ำเดือดจัดๆๆใส่พวงไข่อ่อนลงไป ต้มให้สุก

ปรุงรสด้วย เกลือ ซีอิ๊วขาว ใส่มะเขือเทศลงไป ผักชีไทย ต้นหอม ผักชีฝรั่ง หั่นเป็นท่อนๆ

ใส่ลงไปในหม้อ ชิมรสตามชอบเวลารับประทาน ตักต้มยำพวงไข่อ่อน ใส่ถ้วย

ปรุงรส ด้วย น้ำปลา น้ำมะนาว ให้รสชาตินัว อร่อย ชอบรสชาติแบบไหน ก้อจัดไป

ตามความชอบเลยค่ะ แล้วพร้อมรับประทาน

 

05

เอ็นข้อไก่ทอด:: Chicken Tendon

: เป็นอีกเมนูที่เห็นแล้วอดใจไม่ไหวทุกที แม้จะรู้ดีว่ามันอ้วนมาก แต่มันก็บันเทิงปาก

รื่นเริงใจทุกครั้งที่ได้กิน โดยเฉพาะเวลาแกล้มเหล้า 5555 มาทำกันเลยดีกว่า

เคล็ดลับคือต้องใช้น้ำมันปาล์มนะ จะได้กรอบกร๊วบๆเลย

นำส่วนผสม ได้แก่ เอ็นไก่คลุกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ปรุงรสด้วย ซีอิ้วขาว

คลุกแป้งสาลีและแป้งข้าวเจ้า นำไปทอดในน้ำมันเดือด แต่หากใครชอบคลุกงา

ก็ต้องระวังหน่อยเพราะงาไหม้เร็ว จะกลายเป็นอดกินของอร่อยเพราะมีแต่รอยดำๆ 

 

06

ห่อหมก:: อาหารไทยเมนูนี้ เหมือนจะง่าย แต่ต้องเคล็ดมีที่จะทำให้มันอร่อย

คือ ตอนกวนกะทิ เครื่องแกง ให้เข้ากับเนื้อปลานั่นแหละ ต้องค่อยๆกวนค่อยๆ

ใส่กะทิเติมทีละน้อยๆกวนไปเรื่อยๆ จนมันแห้งงวด ก็เติมกะทิเข้าไปอีก พอเริ่มแห้ง

ก็เติมเข้าไปอีก ทำซ้ำจนกว่ามันข้นหนืดอยู่ตัว เรียกว่ากวนจนกล้ามขึ้นเลย

เรื่องผักรองก้น แนะนำเอาไปนึ่งก่อน เพื่อเวลานึ่งห่อหมก น้ำผักจะได้ไม่ออกมาเยอะ

ใครจะชอบผักแบบไหนก็เลือกได้ ทั้งโหระพา กะหล่ำปลี ใบยอ ก็เข้ากัน

 

07

ไข่กระทะ:แต่เดิมไข่กระทะนี่เข้าใจว่ามาจากเวียดนาม แต่ชาวอีสานบ้านเราก็เอามาปรับให้เข้ากับคนไทย

สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือ ไข่ / หมูยอ/ หมูรวน / กุนเชียง หากใครอยากทำก็เตรียมเครื่องเคราดังนี้

วัตถุดิบที่ใช้ก็จะมี ขนมปัง, ไข่ไก่, หมูยอ, หมูสับ, แฮม, ไส้กรอก, กุนเชียง, เนยสด, ต้นหอม,

น้ำมันพืช, พริกไทยป่น, ซอสมะเขือเทศ ซอสศรีราชา และซอสปรุงรส

 

08

แกงเผ็ดเป็ดย่าง::Red curry with roast duck.:

 

09

ต้มส้มไก่ใส่ใบมะขามอ่อน:

 

10

ต้มจิ๋ว: สำหรับต้มจิ๋ว เป็นอาหารที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5
ม.ล.อารชว วรวรรณ เขียนถึง ต้มจิ๋ว ไว้ในตำราอาหารไทย ตำหนักท่าเรือมุดา ความว่า
“เมนูนี้มีเรื่องเล่าว่าเป็นสูตรอาหารของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท
พระธิดาพระองค์หนึ่งในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาหม่อมราชวงศ์เนื่อง สนิทวงศ์
(ธิดาของพระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ ประมุขกรมแพทย์หลวงในสมัยรัชกาลที่ 5 )
เมื่อเจ้าจอมมารดาถึงแก่อนิจกรรมเมื่อปีพ.ศ.2428 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงอุ้มมาพระราชทานแด่สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าด้วยพระองค์เอง
เมื่อทรงเจริญพระชันษาขึ้น ทรงสนพระทัยประกอบเครื่องเสวยถวายสมเด็จพระบรมราชชนก
ทั้งในยามทรงประชวรและทรงพระสำราญ เครื่องปรุงทรงเลือกที่มีคุณค่าทางอาหารและเป็นยาในตัว

ผศ.ดร.ศันสนีย์ บอกว่าเสน่ห์ของต้มจิ๋วอยู่ตรงความเปรี้ยว

“จากเนื้อมะม่วง หั่นเป็นลูกเต๋า เนื้อหมู หรือเนื้อวัวหั่นเต๋า หอมหัวใหญ่ มันฝรั่งหั่นเต๋า
ถ้าทำอาหารถวายต้องชิ้นพอคำ ในหนึ่งช้อนต้องมีทุกอย่างครบ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของต้มจิ๋ว”

ต้มจิ๋วมีลักษณะกึ่งๆ ของต้มจืดและต้มยำ แต่รสชาติไม่จัดเท่าต้มยำ
น้ำซุปหวานน้ำต้มเนื้อที่เคี่ยวให้เปื่อย ทั้งหอมแดง ใบกะเพราและใบโหระพา
ช่วยเพิ่มกลิ่นความหอมในน้ำซุปมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันหลายคนไม่ทานเนื้อวัว
ก็สามารถปรับมาเป็น หมู หรือ ไก่ (ตามภาพ) แล้วแต่ความชอบ

 

11

ไก่บ้านย่าง: ไก่ย่างตะไคร้ ตำข่า ตะไคร้ให้แหลก เติมเกลือ กระเทียม พริกไทย รากผักชี

หมักไว้ซัก 3 ชั่วโมงที่อุณหภูมิห้อง หรือหมักข้ามคืนก็ได้ถ้าแช่ในตู้เย็น ย่างไฟอ่อนๆ

จนกว่าจะสุกเหลือง หนังกรอบนิดๆ สุกให้ถึงข้างใน ทานกับข้าวเหนียว อร่อยที่ซู้ดดดด

 

12

ส้มตำโคราช:: ส้มตำโคราชเป็นส้มตำที่เป็นลูกผสมระหว่างตำไทยและตำลาว

คือรสชาติจะเปรี้ยว หวาน เค็มซึ่งความเค็มจะมาจากน้ำปลาร้าด้วยส่วนหนึ่ง

ซึ่งเหมาะกับผู้นิยมส้มตำที่รสชาติ เปรี้ยว หวาน เผ็ดเล็กน้อย และชอบปลาร้า

 

13

ส้มตำไทย:Spicy papaya salad thai style: ตำไทย รสแซ่บเวอร์ ไม่ใส่ปูดองและไม่ใส่ปลาร้า

เคล็ดลับความอร่อยวิธีทำส้มตำไทยให้อร่อย ครกที่ใช้ตำส้มตำจะใช้ครกไม้ เพราะเวลาตำส้มตำ

จะไม่แหลกเกินไป อย่าตำมะละกอนาน เพราะมะละกอจะไม่กรอบ ให้ตำเบาๆ

และคนแค่พอให้เข้ากันก็พอแล้ว เวลาปรุงรส อย่าใส่รสจัดตั้งแต่แรก ค่อยปรับที่หลังดีกว่า

เพราะถ้ารสชาติเข้มข้นเกินไปจะแก้ไขยาก เคล็ดลับทำให้มะละกอกรอบและสดอยู่นาน

คือ เมื่อสับหรือซอยมะละกอเป็นเส้นแล้วให้นำไปแช่น้ำเย็นจัดๆ หรือแช่น้ำแข็งให้เย็น

จะช่วยทำให้มะละกอกรอบ เวลานำไปทำส้มตำจะทำให้อร่อยมากขึ้น

 

14

ส้มตำปูม้า:Papaya Salad with Blue Crab

: เมนูส้มตำปูม้านั้น เรามีปูม้าเป็นพระเอกหลักในวัตถุดิบจานนี้ ดังนั้น หัวใจหลัก

ที่จะทำให้เมนูส้มตำปูม้าออกมาอร่อยมากที่สุด ก็คือ ปูม้าที่สดใหม่

โดยปูม้าที่นำมาใช้จะต้องเลือกปูม้าสดและต้องแช่ให้เย็นเจี๊ยบก่อนนำมาทำเท่านั้น

ซึ่งหากสามารถเลือกใช้ปูม้าสดๆ ได้ รับรองว่าเมนูส้มตำปูม้าจะอร่อยโดนใจมากขึ้น

 

15

ยำส้มโอกุ้งสด:วิธีทำ”ยำส้มโอกุ้งสด”

แบ่งส้มโอเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ เตรียมไว้ นำน้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำมะขามเปียก

ใส่หัวกะทิลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใส่พริกชี้ฟ้า หอมเล็ก ตะไคร้

และใบมะกรูดที่ซอยแล้วลงไปคลุกกับน้ำยำใส่กุ้งลวกลงไป คลุกนิดหน่อยพอเข้ากัน

นำส้มโอที่เตรียมไว้ใส่ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างเบามือ ใส่ถั่วบุบหยาบ

และหอมเล็กเจียวลงไป คลุกเบาๆน้ำตาลปี๊บ และน้ำมะนาว ใส่ลงในชามผสม

คนจนน้ำตาลปี๊บละลาย ยำส้มโอ เมนูจานเด็ดช่วยล้างลำใส้ได้ด้วย

แถมสมุนไพรในเมนูนี้ก็มีมากมาย ทานบ่อยๆได้ไม่ต้องกลัวอ้วน

 

16

หมึกไข่นึ่งมะนาว::Steam squid with spicy chilli and lemon sauce

: อยากทำทานก็จัดเลย นำปลาหมึกมาลอกเยื่อ ล้างทำความสะอาด แล้วหั่นเป็นท่อน ๆ

เตรียมไว้ จากนั้ยนำปลาหมึกมาเรียงใส่จาน ราดด้วยน้ำซุปที่เตรียมไว้ แล้วนำไปนึ่งประมาณ 7 นาที

ระหว่างที่รอปลาหมึกนึ่ง ให้นำน้ำปลา มะนาว พริกขี้หนู และกระเทียมหั่นเป็นชิ้น ๆ

ผสมเข้าด้วยกัน ปรุงรสตามใจชอบ  สุดท้ายนำน้ำจิ้มที่ทำเสร็จแล้วมาราดลงบนปลาหมึก

แล้วนึ่งต่ออีกประมาณ 2-3 นาที ปิดไฟ โรยผักชี เป็นอันพร้อมเสิร์ฟ

 

17

ผัดหมี่โคราช: ตั้งกระทะใส่น้ำมัน แต่ถ้าให้อร่อยใส่สามชั้นลงไปเจียวจนกรอบ

ใส่กระเทียม ใส่น้ำเปล่ากะพอเส้นสุกพอดีเยอะไปจะแฉะ เติมซีอิ้วดำ(นิดหน่อย)

น้ำมะขามเปียก น้ำตาล น้ำปลา ซีอิ้วขาว ชิมตามชอบ ใส่พริกป่น ใส่เส้นลงผัด

สุกแล้วใส่ใบกุ้ยช่าย/ต้นหอม/ถั่วงอก ปิดไฟพร้อมเสริฟ

 

18

ผัดไทกุ้งสด::Stir-fried Thai style small rice noodles with Shrimps::鲜虾炒河粉
:: ผัดไทยเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน เดิมเรียกอาหารชนิดนี้ว่า
“ก๋วยเตี๋ยวผัด” และได้รับการเปลี่ยนแปลงด้านรสชาติใหม่ตามอย่างอาหารไทยมากขึ้น
ในเวลาต่อมาผัดไทยได้กลายเป็นที่รู้จักของคนต่างชาติในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นซึ่งเป็นช่วงเดียวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านได้รณรงค์
ให้ประชาชนหันมานิยมรับประทานก๋วยเตี๋ยว เพื่อลดการบริโภคข้าวภายในประเทศ
เนื่องจากในช่วงนั้นสภาวะเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ ข้าวแพง แต่เพราะกระแสชาตินิยม
ที่มองว่าก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารจีนจึงได้รังสรรค์ให้ผัดไทยเป็นอาหารไทย ทั้งนี้ผัดไทยในยุคนั้น
จะไม่มีหมูเป็นส่วนประกอบ เพราะมองว่าหมูเป็นอาหารของคนจีน
และเรียกเปลี่ยนชื่อ  “ก๋วยเตี๋ยวผัด” เป็น “ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย” ตามชื่อใหม่ของประเทศ
ปัจจุบันเรียกกันโดยย่อเหลือเพียงแค่ “ผัดไทย”   และได้กลายเป็นหนึ่งในอาหารประจำชาติไทย
19

ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก: หรือ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวแบบไทยชนิดหนึ่ง

มีรสชาติจัดจ้าน น้ำก๋วยเตี๋ยวสีข้นคล้ายก๋วยเตี๋ยวเนื้อหรือก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น

เพราะใส่เครื่องปรุงที่ต่างจากก๋วยเตี๋ยวชนิดอื่น คือ ซีอิ๊วดำ เต้าหู้ยี้ เป็นต้น

อีกทั้งยังมี น้ำตก คือ เลือดวัวหรือหมูผสมกับเกลือ สำหรับปรุงใส่ในน้ำก๋วยเตี๋ยว
ก๋วยเตี๋ยวเรือ มีทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และ ก๋วยเตี๋ยวหมู เป็นก๋วยเตี๋ยวที่ผูกพันธ์

ับวิถีชีวิตคนไทยมานาน ในสมัยก่อน จะขายในเรือพายตามคลอง จึงเป็นที่มาของชื่อ

ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2485 เกิดน้ำท่วมใหญ่ น้ำท่วมไปทั้งบ้านทั้งเมือง

ท่วมไปถึงทำเนียบสามัคคีชัยทั้งท่านผู้นำและท่านผู้ตาม ต้องนั่งเรือไปประชุม ครม.

มีคนทำก๋วยเตี๋ยวเรือพายไปเลี้ยงถึงทำเนียบ ท่านผู้นำได้ดวงตาเห็นธรรม

ย้ำรัฐนิยมฉบับที่ 5 รณรงค์ให้คนไทยกินก๋วยเตี๋ยว แต่งเพลงเชียร์ให้คนกินก๋วยเตี๋ยว

กรมประชาสงเคราะห์ เปิดคอร์สสอนวิชาทำก๋วยเตี๋ยว ทำเป็นแล้วท่านผู้นำ

ก็แจกรถเข็นให้ไปทำก๋วยเตี๋ยวรถเข็นขาย ส่วนใครที่นิยมเรือก็ทำก๋วยเตี๋ยวเรือ

 

20

ขนมจีนน้ำยา:: ขนมจีนไม่ใช่อาหารจีน หากแต่เป็นอาหารมอญ

คำว่า “ขนมจีน” มาจากภาษามอญว่า “ขฺนํจินฺ” [คะ -นอม-จีน] คำว่า “คะนอม”

มีความหมายอย่างหนึ่งว่าเส้นขนมจีน คำว่า “จีน” มีความหมายว่า “สุก”

คำว่า “ขนมจีน” หรือ “หนมจีน” คำนี้พบได้ในบทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน

ตอนกินเลี้ยง คราวที่เจ้าล้านช้างถวายนางสร้อยทองแก่พระพันวษาความว่

“ถึงวังยับยั้งศาลาชัย วิเสทในยกโภชนามา เลี้ยงเป็นเหล่าเหล่าลาวคอยชี้

ข้าวเหนียวหักหลังดีไม่เมื่อยขาแจ่วห้าแจ่วหกยกออกมา ทั้งน้ำยาปลาคลุกหนมจีนพลัน

ชาวไทยมีรสนิยมในการรับประทานขนมจีน ดังนี้

เมื่อเรียงจับขนมจีนลงในจับแล้ว ผู้รับประทานจะราดน้ำยาลงไปบนเส้นขนมจีนให้ทั่ว

น้ำยาขนมจีนนั้น มีลักษณะคล้ายน้ำแกง ไม่เหลวจนเกินไป ใช้ราดไปบนเส้นขนมจีนในจาน

แต่ละท้องถิ่นจะมีน้ำยาแตกต่างกันไป เช่น น้ำยากะทิ น้ำยาป่า น้ำพริก แกงกะทิต่าง ๆ

เช่น แกงเขียวหวาน น้ำเงี้ยว แกงไตปลา ซาวน้ำ

 

21

ข้าวขาหมู:: Stewed pork leg on rice

: โลกนี้มีอาหารไม่กี่อย่างหรอกที่เราต้องยอมเสมอ ข้าวขาหมูก็เช่นกัน

แม้รู้ทั้งรู้ว่ามันอ้วน แต่เจอกี่ครั้งก็อดใจไม่ได้จริงๆ

 

22

ไก่ย่างน้ำจิ้มแจ่ว:: Grilled chicken
: หมักไก่ น่องไก่ 4 ชิ้น /รากผักชี/พริกไทย/กระเทียม/ซีอิ้วขาว/เหล้าจีน/น้ำผึ้ง
ล้างน่องไก่ให้สะอาด นำรากผักชี พริกไทย และกระเทียม มาตำให้ละเอียด
แล้นำมาผสมกับซีอิ้วขาว เหล้าจีน และน้ำผึงในชาม นำน่องไก่มาคลุกเคล้า
ให้เข้ากันกับเครื่องปรุง ย่างไฟกลางประมาณ 40 นาที จนไก่สุกทั่ว และเนื้อข้างในชุ่ม
เสร็จแล้วก็พร้อมเสิร์ฟ ทานกับข้าวเหนียวร้อน ๆ และจิ้มกับน้ำจิ้มแจ่ว

สูตรน้ำจิ้มแจ่ว ใส่น้ำมะขามเปียกลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลปี๊บและซีอิ๊วขาวลงไป
เคี่ยวให้เดือด ชิมรสตามชอบ ยกลงจากเตา ปิดไฟ รอจนส่วนผสมเย็น

เติมพริกป่น ข้าวคั่ว ตะไคร้ซอย และผักชีฝรั่งซอยลงไป พร้อมเสิร์ฟ

23

กล้วยปิ้ง กล้วยทับ: เทคนิคการทำกล้วยปิ้ง ให้อร่อย วิธีการเลือกกล้วย กล้วยสีกะดังงา

คือ กล้วยที่มีสีเขียวแซมบริเวณปลายและตรงโคนมีสีเหลือง หรือที่เรียกว่ากล้วยกำลังห่ามนั่นเองค่ะ

แบบนี้จะย่างง่ายหน่อย เสียบไม้ง่าย และอร่อยกำลังพอดี
สูตรน้ำราดกล้วย สำหรับคนชอบทานกล้วยทับ

1.น้ำตาลทราย 2ขีด(ต้องใส่เพื่อให้รสหวานแหลม)
2.น้ำตาลปึก 0.5 กก.(ต้องใส่เพราะให้หวานหอมกลมกล่อม)
3.เกลือ ครึ่งช้อนโต๊ะ
4.หัวกะทิ 500ซีซี
5.นมจืด 200ซีซี

ตั้งไฟอ่อนๆ เติมน้ำเล็กน้อย พอละลายเข้ากันหมด ยกลงจากเตา

 

24

ลูกชุบ: ลูกชุบ เป็นขนมประจำถิ่นของชนชาติโปรตุเกส ในแคว้น อัลการวี (Aigaeve)

ที่เรียกว่า Massapa’es โดยจะใช้เม็ดอัลมอนด์เป็นส่วนผสมหลัก

กวนกับน้ำตาลและน้ำมันมะกอก ประดิษฐ์ปั้นเป็นรูปต่างๆ ใช้สำหรับประดับหน้าเค้ก

ซึ่งเข้ามาในไทยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.2199-2231)

โดยผู้นำเข้ามาคือ มาดามดอนญา มาเรีย กิอูมาร์ เดอ ปินา หรือที่รู้จักกันในนาม ท้าวทองกีบม้า

(เพี้ยนเสียงจาก ‘กิอูมาร์’) โดยได้นำถั่วเขียวมาใช้แทนเม็ดอัลมอนด์ กลายเป็นขนมลูกชุบ

ซึ่งการทำลูกชุบมักนิยมทำภายในวัง เพื่อรับประทาน และมอบให้แก่เด็กๆในช่วงเทศกาลสำคัญ

Facebook Comments



ใส่ความเห็น

Shares