Search
วันอังคาร 1 ธันวาคม 2020
  • :
  • :

พุทธศิลป์ล้ำค่า นามว่า “โลหะปราสาท” Metallic Castle: The Invaluable Icon of Art in Buddhism

ในยุคของสมเด็จพระนั่งเกล้าจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่๓ ยุคแห่งความเฟื่องฟูของแผ่นดินสยามนี้ นอกจากเรื่องเศรษฐกิจที่รุ่งเรืองสุดๆ ก็ยังเป็นยุคทองของการทำนุบำรุงศาสนาอีกด้วย

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับศาสนาพุทธเป็นอย่างมาก ในสมัยนั้นจึงมีการโปรดเกล้าให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดเก่า และสร้างวัดใหม่ขึ้นหลายแห่ง เช่น วัดราชโอรสาราม วัดเทพธิดาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดราชนัดดาราม ราชวรวิหาร (วัดโลหะปราสาท)

วัดราชนัดดาราม ราชวรวิหาร สร้างขึ้นเมื่อปี ๒๓๘๙ ในช่วงปลายรัชกาลที่ ๓ สมเด็จพระนั่งเกล้าจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อพระราชทานเป็นเกียรติแก่พระราชนัดดา คือ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี (ภายหลังทรงเป็นพระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔)

วัดที่สร้างในยุคของสมเด็จพระนั่งเกล้าจ้าอยู่หัวส่วนใหญ่จะมีลักษณะศิลปะแบบจีน มีจุดเด่นตรงที่หลังคาของโบสถ์หรือวิหาร ในส่วนที่เป็นหน้าบันจะเป็นแบบเรียบๆ ตัดส่วนที่เป็นช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ออกทั้งหมดแต่ในส่วนของวัดราชนัดดารามนี้ยังเป็นลักษณะแบบไทย พระอุโบสถมีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันลงรักปิดทอง ประดับด้วยกระจกงดงาม ภายในประดิษฐานพระประธานพระนามว่า “พระเสฏฐตมมุนี” ส่วนวิหารก็เป็นศิลปะแบบไทยเช่นกัน ภายในมีพระพุทธรูปปางหามสมุทรเป็นประธาน พระนามว่า “พระพุทธชุติธรรมนราสพ”

สิ่งที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของวัดนี้คือ “โลหะปราสาท” หนึ่งเดียวในประเทศไทย และปัจจุบันเป็นหนึ่งเดียวของโลกอีกด้วย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างโลหะปราสาทนี้ขึ้น โดยมีพระราชประสงค์ให้สร้างโลหะปราสาทขึ้นแทนการสร้างธรรมเจดีย์ ในการสร้างนั้นพระองค์ทรงรับสั่งให้ช่างเดินทางไปดูแบบโลหะปราสาทถึงยังประเทศลังกส และนำเค้าเดิมมาเป็นแบบในการสร้าง และปรับปรุงให้สวยงามตามศิลปกรรมแบบไทย การสร้างดำเนินขึ้นตั้งแต่รัชสมัย รัชกาลที่๓ แต่ทว่าพระองค์ได้เสด็จสวรรคตไปเสียก่อน และต่อมาในรัชกาลที่๕ และรัชกาลที่๖ จึงได้ทีการก่อสร้างต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนมาเสร็จสิ้นในรัชกาลที่๙

โลหะปราสาท รัชกาลที่ 3 ทรงสร้างเมื่อ พ.ศ. 2389 ได้รับการยกย่องว่าเป็นโลหะปราสาทแห่งที่ 3 ของโลกแห่งแรกอยู่ในประเทศอินเดีย แห่งที่ 2 อยู่ในประเทศศรีลังกา ทั้งสองแห่งได้ถูกทำลายไปแล้วปัจจุบันเหลืออยู่ ณ วัดราชนัดดาราวรวิหารเพียงแห่งเดียวเท่านั้น โลหะปราสาทนี้จำลองมาจากประเทศศรีลังกามีแผนผังรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสตามโลหะปราสาทที่เมืองลังกา

ลักษณะของโลหะปราสาทนี้ เป็นโลหะปราสาท๗ ชั้น (มองจากด้านนอกจะเห็นเป็น๓ ชั้น) มียอดปราสาท ๓๗ ยอด แทนความหมายของ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ อันเป็นปัจจัยให้ดำเนินไปสู่ความหลุดพ้นเข้าสู่นิพพาน ( โพธิปักขยิธรรม ๓๗ ประการนั้น ประกอบด้วย สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ และ มรรค ๘ ) ส่วนบนยอดปราสาทชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

หน้าด้านบริเวณลานพลับพลาฯ มีพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานอยู่ มีการตกแต่งดอกไม้สวยงาม วัดราชนัดดารามวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ ถนนมหาไชย แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร ตรงข้ามป้อมมหากาฬ

Wat Ratchanaddaram Temple in truth happens to be another Siamese Buddhist monastery born out of the stream of King Rama III’s grand benevolence in continuum, precisely in 1846, during the latter years of His Majesty’s reign of Siam. It is as to the grand honor of Her RoyalHighness Princess Somanasavattanavadee, His Majesty’s granddaughter, who whose part of the Thai name , i.e. “Ratchanadda,” mean Royal granddaughter in this case, had so been built.


#Temple #Thailand #Bangkok #MetalCastle #reviewsiam #reviewer
#blogger #thailand #bangkok #thaitravel #siamese #wadrachanadda

Facebook Comments



ใส่ความเห็น

Shares