Search
วันอังคาร 21 มกราคม 2020
  • :
  • :

ลพบุรี | ตอนที่ 2 : ชมความอลังการ บ้านวิชาเยนทร์ [และชีวิตของท้าวทองกีบม้า หลังการตายของฟอลคอน]

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ข้อความ

 

อำนาจ มีไว้ให้ใช้อย่างเมตตา เมื่อใดที่ความหลงระเริง ความโลภ เข้าครอบงำ ก็จะมีแต่ “หายนะ”

 

 

บ้านวิไชยเยนท์แห่งนี้ เป็นทั้งสถานที่ประกาศความรุ่งเรืองของเมืองลพบุรี เป็นสถานที่สำคัญในการรับแขกคนสำคัญ
มีโอกาสสร้างความประทับใจให้เหล่าอาคันตุกะ ได้แสร่สร้อง สรรเสริญ ในครั้งมาร่วมเจริญสัมพันธไมตรี
และเป็นสถานที่พำนักที่สุดท้ายของคอนสแตนติน ฟอลคอน ขุนนางระดับสูงคนสำคัญในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา

 

ในภาพอาจจะมี เมฆ, ท้องฟ้า และ สถานที่กลางแจ้ง

 

บ้านวิชาเยนทร์ หรือ บ้านหลวงรับราชทูต ตั้งอยู่ทางเหนือของวังนารายณ์ราชนิเวศน์
บ้านหลวงรับราชทูตแบ่งได้ 3 ส่วน

ด้านตะวันออก      เป็นบ้านพักของคณะทูตชาวฝรั่งเศส
ส่วนด้านตะวันตก เป็นบ้านพักของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ขุนนางชาวกรีก และท้าวทองกีบม้า ภรรยา
ส่วนกลาง             เป็นที่ตั้งของโบสถ์ของคริสต์ศาสนา ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบ Renaissence ผสมสถาปัตยกรรมไทย แห่งแรกของไทย และของโลก

 

Wichayen House is located on Wichayen road in Tha Hin subdistrict, Muang Lopburi district, north of Phra Narai Ratchaniwet.
It was built in 1685, during the reign of King Narai, the Great, as the residence for the first French envoys, led by Chevalier de Chaumont.

At that time, a Greek court official named Constantine Phaulkon, later was promoted to “Chao Phraya Wichayen” or “Ok-Ya Wichayen”, resided in the same area of the residence.

Thus, locals called this residence “Wichayen House”. Built in the period of the late Ayutthaya kingdom by a French constructor, the residence was designed in European architecture. The complex contains

1. The main two-storey masonry building serving as the residence for the French envoys and the long, narrow single storey building serving as a reception hall;

2. A Catholic church with a belfry; 

3. A cooking area, a water tank, and a well at the rear. The Department of Fine Arts registered as a National Historic Site on 2nd August, 1936.

 

 

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง

 

เจ้าพระยาวิชเยนทร์ เป็นขุนนางต่างชาติคนสำคัญที่อยู่ใกล้ชิดกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และยังมีความสามารถในการสื่อสารภาษาต่างประเทศได้หลากหลาย เช่น กรีก (ภาษาบ้านเกิด), อิตาเลียน, อังกฤษ, โปรตุเกส, มลายู และภาษาไทยได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ในสมัยนั้นท่านได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนต้อนรับคณะทูตจากต่างแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ใช้บ้านหลังนี้เป็นสถานที่รองรับเอกอัครราชทูตจากฝรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในปี พ.ศ. 2228 จึงได้เรียกที่นี่ว่า บ้านหลวงรับราชทูต

 

 

 

ในภาพอาจจะมี พื้นหญ้า, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

 

 

ฟอลคอน มีวัตถุประสงค์สำคัญในการที่จะใช้กำลังทหารฝรั่งเศสให้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ในการปกป้องค้ำจุนและรักษาอำนาจอิทธิพลของตนในสยาม แต่ในแวดวงของผลประโยชน์แล้ว ไม่มีสิ่งใดที่จะได้มาอย่างง่ายดาย ยิ่งอุปนิสัยและความคิดเห็นของหัวหน้าแต่ละส่วนแตกต่างไม่ลงรอยกัน ก็ยิ่งเพิ่มความลำบากให้แก่ฟอลคอน เขาจึงตกอยู่ในฐานะลำบากจากบุคคลใกล้ตัว  กระแสความเกลียดชัง ตลอดจนแผนการชิงพระราชสมบัติของพระเพทราชานั้น ฟอลคอนพอรู้เรื่องและพยายามหาหลักฐานยืนยันความผิดของพระเพทราชา แต่ไม่เป็นผล ฟอลคอนจึงหาแผนการดึงกำลังทหารฝรั่งเศสเพื่อไว้มาช่วยเหลือตนเองในเวลาจำเป็น

 

 

 

 

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

 

 

เมื่อคณะทูตฝรั่งเศสชุดแรกจะเดินทางกลับ ฟอลคอนได้มีหนังสือลับมอบให้บาทหลวงตาชาร์ด นำไปให้บาทหลวงเดอ ลาเชส (De la Chaise) พระพี่เลี้ยงพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ กราบทูลให้พระองค์ทรงทราบ  โดยมีความสรุปว่า “ขอให้พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ส่งลูกผู้ดีชาวฝรั่งเศสที่มีคุณสมบัติฉลาดเฉลียว เข้าใจวิธีการปกครองทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน ไม่เย่อหยิ่ง ซื่อสัตย์สุจริต และรู้จักรักษาความลับ  ซึ่งฟอลคอนรับจะเป็นผู้ช่วยให้ชาวฝรั่งเศสเหล่านี้ได้รับตำแหน่งสูงๆ ในราชสำนักบ้างและในส่วนภูมิภาคบ้าง เป็นวิธีการแทรกซึมเข้าไปควบคุมระบบราชการไทยอย่างกว้างขวาง และเพื่อให้ดำเนินการเป็นไปได้เรียบร้อย ฟอลคอนขอให้รัฐบาลฝรั่งเศสส่งทหารปืนใหญ่ และเรือรบพร้อมอุปกรณ์ครบครันเข้ามาด้วย  ทั้งนี้ผลประโยชน์ที่ฝรั่งเศสจะได้รับนั้นมีราชอาณาจักรสยามเป็นเดิมพัน”

– อ้างอิง : หนังสือ การเมืองในประวัติศาสตร์ –

 

หลังฟอลคอนถูกประหาร “ท้าวทองกีบม้า” มีชะตาอย่างไร

เมื่อสิ้นท่านเจ้าพระยาวิชเยนทร์ ราชสำนักส่งเจ้าพนักงานมายึดบ้านเรือน ทรัพย์สินที่มีทั้งหมด ไม่เว้นแม้เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายชีวิตของมาดามฟอลคอนมิใช่แค่คืนสู่สามัญเช่นก่อนที่เธอจะสมรสกับท่านเจ้าพระยา หากเป็นชีวิตที่ตรากตรำและคับแค้นยิ่ง

 

เพราะนอกจากจะสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว ขุนหลวงสรศักดิ์พระราชโอรสของสมเด็จพระเพทราชายังหมายปองในตัวเธอด้วยไดยได้พยายามหว่านล้อม ข่มขู่ และทรมานให้เธอยินยอม แต่มาดามฟอลคอนปฏิเสธหนักแน่นและพยามยามขอความช่วยเหลือจากนายพล เดส์ฟาร์จ นายทหารฝรั่งเศสที่เธอและสามีเคยอุปการะ และมอบทรัพย์สินให้กว่า 10,000 ลีร์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา หากความหวังสุดท้ายของเธอก็พึ่งไม่ได้ สุดท้ายเธอก็ถูกกุมขัง

 

ชีวิตของมาดามฟอลคอนก็พลิกฟื้นขึ้นอีกครั้งหลังจากที่สามีเสียชีวิตไป 20 ปี เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระเสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้เธอกลับมารับราชการในราชสำนักฝ่ายใน ทำหน้าที่ดูเครื่องเงินเครื่องทอง เป็นหัวหน้าพนักงานภูษามาลา ซึ่งเธอปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีและซื่อสัตย์จนเป็นที่โปรดปรานของพระองค์ถึงกับทรงสั่งให้หานายยอร์ชบุตรของเธอมาเข้าเฝ้า และโปรดให้รับใช้ใกล้ชิด ทั้งได้โปรดเป็นครูสอนภาษาไทยด้วยพระองค์เอง

 

 

ในภาพอาจจะมี ต้นพืช และ สถานที่กลางแจ้ง

 

มารี กีมาร์ หรือท้าวทองกีบม้าผู้เป็นภรรยาของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ได้เขียนจดหมายถึงบาทหลวงฝรั่งเศสที่อยู่ ณ ประเทศจีน
ให้ได้ช่วยกราบบังคมทูลพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ว่า นับตั้งแต่เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ถึงแก่กรรมแล้ว  ชีวิตของนางมีแต่ความทุกข์ยาก ไร้เกียรติและยากจนข้นแค้น จึงขอให้พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ มีพระราชโองการให้บริษัทอินเดียตะวันออกของฝรั่งเศสคืนเงินค่าหุ้นของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ที่ได้ลงทุนไว้กับริษัทให้กับตัวนาง

 

 

เครดิตข้อมูล
: คัดจากเอกสารประกอบการเสวนาของสโมสรศิลปวัฒนธรรมเสวนา เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2557)
: หนังสือการเมืองในประวัติศาสตร์ “ขนมหวาน” ของ ท้าวทองกีบม้า “มาดามฟอลคอน” “ขนมไทย” หรือ “ขนมเทศ” สำนักพิมพ์มติชน)

 

 

การเที่ยวชมบ้านวิชาเยนทร์

นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น.

Facebook Comments



ใส่ความเห็น

Shares